หลังจากที่พี่น้องสกุลลั่วเร่งเหินร่างจากไปแล้ว หวางเฟยเซวียนก็โรยตัวลงมายืนข้างต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง
“เจ้าจะไม่จองเวรผู้คนไปหน่อยหรือ?”
หลังจากที่หวางเฟยเซวียนกลับมา ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าไปมา
“อะไร? มิใช่ข้าทำไปเพื่อล้างแค้นให้เจ้าหรอกรึไง?”
หวางเฟยเซวียนกล่าว “ก่อนหน้านี้พวกมันคนเดียวสู้เจ้าไม่ได้ พวกมันยังจะหน้าด้านท้ากลุ้มรุมเจ้าอย่างหน้าไม่อายอีก! ถึงผลจะออกมาดีเพราะพวกมันถูกเจ้าทุบตีเป็นสุนัขตายก็เถอะ!”
กล่าวถึงท้ายประโยค แววตาหวางเฟยเซวียนก็สว่างจ้าขึ้นมา “นี่ๆ ตอนนี้เจ้าบอกข้ามาเร็วๆอย่าได้กั๊ก! ที่แท้พลังฝีมือเจ้าเป็นอย่างไรแล้ว?!”
วาจาซุกซนอยากรู้ที่หวางเฟยเซวียนกล่าวถามออกมาคราวนี้ ทำให้หวังพี กัวลู่หลิวเจี้ยนและเริ่นเฟยหันไปสนใจต้วนหลิงเทียนทันที พวกมันเองก็สงสัยเรื่องนี้ไม่น้อย
“หากข้าบอกว่าพลังฝีมือของข้าตอนนี้..ไม่แพ้ใครใต้อริยะเซียน เจ้าจะเชื่อข้ารึเปล่าล่ะ?”
ต้วนหลิงเทียนถามกลับด้วยรอยยิ้ม
“ไม่มีทาง!”