ได้ยินเสียงตอบเปี่ยมความมั่นใจของต้วนหลิงเทียน หวังพีก็อึ้งไปไม่น้อย มันมองกลับมาด้วยสายตาลึกซึ้ง ค่อยส่งเสียงตอบกลับ “เช่นนั้นข้าจะรอดูการแสดงของเจ้าแล้วกันศิษย์น้องหลิงเทียน! แต่แม้เจ้าจะแพ้พ่ายก็มิต้องกังวล หากพวกมันคิดลงมือหนักจนถึงขั้นทำร้ายเจ้าจนส่งผลต่อการเข้าแดนลับเซียนล่ะก็…ถึงตอนนั้นข้าจะลงมือช่วยเจ้าเอง”
“เช่นนั้นข้าต้องขอบคุณศิษย์พี่หวังพีล่วงหน้าแล้ว”
ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะไม่ได้ต้องการความช่วยเหลืออะไรจากหวังพี แต่ในเมื่อหวังพีมีน้ำใจเขาก็กล่าวขอบคุณไปตามมารยาท
“หลิงเทียน พวกเราพี่น้องไม่คิดรังแกเจ้า…เชิญเจ้าลงมือก่อนเถอะ!”
ลั่วชานที่ยืนอยู่ข้างๆลั่วเหอ มองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาคมกล้ากล่าวออกด้วยรอยยิ้มแสยะ
และในขณะที่พี่น้องสกุลลั่วยืนอยู่ข้างๆกันนั้นเอง กลิ่นอายพลังของพวกมันกลับแผ่พุ่งออกมา ก่อนที่จะควบรวมผสานเข้าด้วยกันอย่างประหลาด ทำให้รู้สึกเสมือนเขากำลังเผชิญหน้ากับคนเพียงคนเดียวไม่ใช่ 2 คน!
‘พี่น้องสกุลลั่วคู่นี้สามารถผสานพลังกันได้อย่างลงตัวนับว่าไม่ธรรมดาจริงๆ…กลิ่นอายพลังรวมเป็นหนึ่งแบบนี้ ไม่ใช่ฝาแฝดทุกคู่จะกระทำได้’
ต้วนหลิงเทียนโค้งคิ้วขึ้นลอบประหลาดใจเล็กน้อย
แต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้กังวลอะไร
ตอนนี้ต่อให้เขาจะไม่ได้ใช้กระบี่นิลสวรรค์ ทว่าเขาก็ไม่ได้กลัวแม้จะต้องเผชิญหน้ากับอริยะเซียนขั้นต้น นับประสาอะไรกับเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุด!