หากไม่ได้กัวลู่กล่าวเตือนไว้ก่อน เขาคงไม่รู้ว่าไฉนทั้งคู่ถึงเห็นเขาเป็นศัตรูแบบนี้ทั้งๆที่พึ่งเจอหน้ากันครั้งแรก…
อย่างไรก็ตามเพราะมีกัวลู่กล่าวเตือนไว้แล้ว เขาจึงไม่ได้แปลกใจอะไร
“นั่นพี่น้องสกุลลั่วนี่!”
“ไฉนสีหน้าท่าทางที่พี่น้องสกุลลั่วมีต่อหลิงเทียนกลับเป็นเช่นนั้นเล่า? หรือพวกมันเคยมีเรื่องบาดหมางกันกับหลิงเทียนมาก่อน?”
“ข้าพเจ้าไม่ทราบ”
“จากที่เห็น หากบอกว่ามิเคยบาดหมางกันข้าพเจ้าไม่เชื่อ…”
……
เมื่อเห็นทีท่าเป็นปรปักษ์อย่างแรงกล้าที่พี่น้องสกุลลั่วมีต่อต้วนหลิงเทียน ผู้คนที่ชมดูเรื่องราวโดยรอบอดไม่ได้ที่จะเผยแววตาลุกวาว จับจ้องมองชมเรื่องราวอย่างวาดหวัง!
“แสร้งแสดงลึกลับ? ลั่วเหอที่เจ้ากล่าวหมายความว่าอะไร?”
กัวลู่ที่ยืนข้างๆต้วนหลิงเทียน มองลั่วเหอตาขวางกล่าวถามออกไปเสียงเข้ม
“ก็มิใช่มันพยายามเสแสร้งทำตัวลึกลับอยู่รึไง?”
ลั่วเหอหัวเราะกล่าว “หากมันทะลวงถึงเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุดแล้วจริงๆ ไหนเลยจะไม่ยอมรับออกมาดีๆ? ในสายตาข้าต่อให้มันใช้สระวิญญาณมาก็ไม่แน่ว่ามันจะทะลวงถึงเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุดได้…เพราะเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุดมิใช่เรื่องง่ายที่จะบรรลุ!!”
“อะไรกันกัวลู่…นี่เจ้าคิดถือหางมันหรือ?!”
ลั่วชานพลันมองกัวลู่ด้วยสายตาเย้ยเยาะ “มันเป็นแค่ศิษย์ใหม่ที่พึ่งเข้าร่วมวังนภาแท้ๆ แต่เจ้ากลับเข้าข้างมันราวสุนัขรับใช้…”