“สมคำร่ำลือนัก! หวางเฟยเซวียน วีรสตรีแห่งคฤหาสน์ดาบทรราช ไม่เพียงมีพลังฝีมือสูงส่ง ร้ายกาจกล้าหาญเยี่ยงบุรุษ ยังมีรูปโฉมงามล่มเมือง…สวรรค์นับว่าลำเอียงมอบสิ่งดีๆให้นางเกินหน้าเกินตาผู้อื่นจริงๆ”
“สตรีคนอื่นที่มีวัยเดียวกันกับนาง เกรงว่าแค่ให้ยืนข้างนางก็ยากจะกล้ำกลืน”
……
ไม่นานหลายคนก็จดจำหวางเฟยเซวียนได้ ต่างกล่าวคำยกย่องเยินยอนางกันใหญ่ ทำราวกับนางเป็นธิดาสวรรค์ที่จุติมาเกิดบนแดนมนุษย์
หากเป็นปกติมาได้ยินวาจากล่าวชมเช่นนี้หวางเฟยเซวียนคงไม่รู้สึกอะไร
ทว่าตอนนี้ข้างกายนางกลับมีบุรุษผู้หนึ่ง ยังเป็นบุรุษที่นางชมชอบทั้งประทับใจ นางจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกพึงพอใจไม่น้อย ยังพยายามหันไปมองอาการบุรุษข้างกายที่ว่า
อนิจจาไม่นานหวางเฟยเซวียนก็ได้แต่ผิดหวัง
เพราะนางสังเกตว่าแม้จะมีวาจาเชยชมนางทั้งกล่าวในทำนองเหมาะสมกัน แต่อีกฝ่ายก็ยังนิ่งเฉย ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดขึ้นมา
‘เจ้าทึ่มเอ๊ย! นี่เจ้าเป็นท่อนไม้จริงๆรึไร!!’
หวางเฟยเซวียนได้แต่ตำโกนในใจ ‘มิรู้ไฉนเจ้าทึ่มนี่ถึงไปล่อลวงสตรีมาติดพันได้ถึง 3….ท่อนไม้เช่นมันรู้จักเอาใจอิสตรีด้วยรึ?’
บริเวณนี้มีคนที่จำหวางเฟยเซวียนได้ไม่น้อยพอเสียงกล่าวดังขึ้น ก็ทำให้คนทั้งลานรับทราบการมาถึงของหวางเฟยเซวียน