เช่นนั้นแล้วพอได้ยินหวางเฟยเซวียนกล่าวถึงเริ่นเฟยขึ้นมา ความคิดแรกของมันก็คือนางเป็นสตรีเจ้าคิดเจ้าแค้น และกำลังคิดให้มันไปทุบตีสั่งสอนเริ่นเฟยอีกครั้งเป็นแน่…!!
‘สหายเริ่น…ขออภัยด้วย แต่ลิขิตฟ้าบัญชามาเช่นนี้…’
หลิวเจี้ยนตัดสินใจได้แทบจะทันที เพื่อเข้าร่วมกลุ่มของหลิงเทียนกับหวางเฟยเซวียนแล้ว…เริ่นเฟยจำต้องเจ็บ!
อย่างไรก็ตามพอหวางเฟยเซวียนกล่าวคำสืบต่อออกมา มันก็ตระหนักได้ว่าเป็นมันเข้าใจผิดไปเอง…
“เจ้าไปหาเริ่นเฟยและถามมันที ว่ามันสนใจจะเข้าร่วมกลุ่มข้ากับหลิงเทียนหรือไม่..หากมันเต็มใจก็ให้มันเตรียมตัวเข้าแดนลับเซียนเสีย และหากมันไม่สนใจคิดปฏิเสธเพราะละอายใจว่าพลังฝีมือไม่ถึง ก็ให้มันไปปฏิเสธหลิงเทียนด้วยตัวเอง…”
หวางเฟยเซวียนกล่าว
“ให้ข้าไปชวนเริ่นเฟยเข้าร่วมกลุ่มเราด้วยหรือ?”
หลิวเจี้ยนขมวดคิ้ว เพราะพลังฝีมือของเริ่นเฟยนั้นอ่อนด้อยกว่ามันมาก
กล่าวด้วยความสัตย์จริง วันนี้ต่อให้หวางเฟยเซวียนไม่มาชักชวนมัน และมันจำต้องไปหากลุ่มด้วยตัวเอง มันก็ไม่คิดพิจารณาเริ่นเฟยแต่เป็นอัจฉริยะที่มีพลังฝีมือทัดเทียมกับมัน…แน่นอนว่าอัจฉริยะที่พลังมือร้ายกาจกว่า มันก็ไม่คิดไปชวนเช่นกัน เพราะอีกฝ่ายคงไม่เต็มใจที่จะร่วมมือกับมัน…
สุดท้ายแล้วในแดนลับเซียนก็มีผลประโยชน์มากมายรอให้เก็บเกี่ยว ดังนั้นย่อมไม่มีใครเต็มใจที่จะร่วมมือกับผู้ที่อ่อนแอกว่า