ด้วยเหตุนี้ยามที่หวางเฟยเซวียนมาหามันถึงหน้าประตูและยื่นข้อเสนอให้มันเข้าร่วมกลุ่มกับนางและหลิงเทียน มันจึงรู้สึกเสมือนได้รับขนมเปี๊ยะที่หล่นร่วงลงมาจากฟ้า…
“อะไร? พวกเรามิได้ดูถูกเจ้า หรือเจ้าคิดดูถูกเริ่นเฟย?”
เมื่อเห็นหลิวเจี้ยนขมวดคิ้วหน้ายู่ ไหนเลยหวางเฟยเซียนจะไม่ล่วงรู้ความคิดในหัวของอีกฝ่าย
หลิวเจี้ยนพอได้ยิน ก็ยิ้มออกมาเจื่อนๆด้วยความละอายใจ
ถูกแล้ว…
ด้วยพลังฝีมือของหวางเฟยเซวียนกับหลิงเทียน มันยังนับเป็นตัวอะไรได้? มันอาศัยอะไรไปดูถูกเริ่นเฟย?
“แม่นางเฟยเซวียน”
สูดลมหายใจเข้าลึกๆคราหนึ่ง หลิวเจี้ยนพลันรวบรวมความกล้าทั้งหมดกล่าวถามออกมา “ด้วยพลังฝีมือของท่านกับคุณชายหลิงเทียน แค่พวกท่านสองคนร่วมมือกันก็สมควรไร้ผู้ต้านแล้ว ไฉนพวกท่านต้องรับข้ากับเริ่นเฟยเข้าร่วมกลุ่มด้วยอีก? เพราะในสายตาทุกคนไม่เว้นตัวข้าเอง ข้ากับเริ่นเฟยนั้นไม่ต่างอะไรจากตัวถ่วงพวกท่านแม้แต่น้อย…หรือพวกท่านมิกลัวพวกเราจะถ่วงรั้งความเจริญ?”
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในชนชั้นอัจฉริยะเซียนรุ่นเยาว์ หลิงเจี้ยนไหนเลยจะเป็นชนชั้นโง่เขลาเบาปัญญา?
หลิงเทียนกับหวางเฟยเซวียนมาชักชวนให้มันร่วมกลุ่มเช่นนี้ เป็นไปได้หรือที่จะบริสุทธิ์ใจไร้เจตนาแอบแฝง? ใต้หล้าเคยมีเรื่องดีพรรค์นี้ด้วย?!
ด้วยเหตุนี้มันจึงอยากรู้นักว่าทำไม…!