อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสเข้าร่วมกลุ่มกับยอดฝีมืออย่างหลิงเทียนและหวางเฟยเซวียน หลิวเจี้ยนอดไม่ได้ที่จะกล่าวบอกเริ่นเฟยออกไปตรงๆ ทำลายภาพฝันอันเหลวไหลของมันเสียสิ้น “เริ่นเฟย เจ้าเลิกคิดมากเถอะ…เหตุผลที่พวกเราถูกชวนให้เข้าร่วมกลุ่มนั้น มิใช่เพราะความต้องการของแม่นางหวางแต่ นางยังกล่าวว่านางไม่เคยคิดจะรับตัวภาระอย่างพวกเราทั้งคู่ไปถ่วงมือถ่วงเท้านางด้วยซ้ำ…”
“อ้าว…นี่มิใช่ความต้องการของแม่นางหวางหรอกหรือ?”
คำพูดของหลิวเจี้ยนประโยคนี้ ดั่งน้ำเย็นใส่น้ำแข็งถึงใหญ่ราดรดลงหัวเริ่นเฟยไม่มีผิด พาลให้มันตื่นจากฝันทันที “ระ…หรือเป็นความต้องการของหลิงเทียน?”
“แต่ข้ามิรู้จักเขานะ..”
หลิวเจี้ยนได้ยินคำถามด้วยความฉงนของเริ่นเฟย ก็ได้แต่เผยยิ้มเจื่อนๆออกมา “แม่นางหวางบอกข้ามาว่า เพราะหลิงเทียนติดค้างอาวุโสของพวกเรา เพราะเหตุนี้จึงคิดตอบแทนบุญคุณโดยการช่วยเหลือพวกเราในแดนลับเซียน…”
“ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง”
เริ่นเฟยพลันเข้าใจได้ทันที “ด้วยพลังฝีมือของหลิงเทียน หากพวกเราได้เขาช่วย มรดกเวทย์พลังระดับสูงก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม”
“เป็นเช่นนั้นจริงๆ”
หลิวเจี้ยนเองก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้
เวลาค่อยๆไหลผ่านไปอย่างเงียบงัน