เมื่อเริ่นเฟยได้ยินคำชวนของหลิวเจี้ยนสองตามันก็เบิกกว้างเปล่งแสงสว่างเจิดจ้า ยังฉีกยิ้มกว้างเสียจนแก้มแทบปริ เร่งกล่าวพึมพำออกมาอย่างเพ้อฝัน “ขอบคุณสวรรค์…ดูเหมือนแม่นางหวางจักได้ยินเสียงหัวใจของข้าแล้ว! อา มิเสียแรงที่แต่ก่อนข้าทุ่มเทให้นางมากมาย นางจึงนึกถึงข้าเช่นนี้…ให้ตายเถิดหากแต่ก่อนข้าไม่ยอมถอดใจและยอมทนตามตื๊อนางอีกนิด! มิแน่ว่าป่านนี้นางอาจเป็นสตรีของข้าแล้ว…”
“ยัง! ยังมิสายเกินไป…ตอนนี้ในเมื่อแม่นางหวางนึกถึงข้ากระทั่งถึงกับชวนให้ข้าร่วมกลุ่ม! นางต้องกำลังพยายามบอกข้าเป็นนัยแน่…ว่าหากข้าพยายามทุ่มเทเพื่อนางให้มากกว่าปีนั้น มิแน่ข้าอาจทะลวงฝ่าประตูกระดาษบานสุดท้ายนี้ไป และได้นางเป็นคนรัก!!”
ระหว่างกล่าวพร่ำเพ้อ สองตาเริ่นเฟยถึงกับลุกวาวสว่างไสว ปานดาราเรืองแสงกลางฟ้าราตรีกาล
ถึงแม้ว่าเริ่นเฟยจะกล่าวเพ้อพร่ำรำพันกับตัว แต่เสียงมันก็ไม่ได้เบาเลย หลิวเจี้ยนที่ยืนอยู่ข้างๆเองก็ได้ยินชัด ขณะฟังก็เบ้ปากมองมันด้วยสายตาละเหี่ยใจ ยังรู้สึกขมฝาดในลำคอขึ้นมาพิกล
สหายผู้นี้ใช่จินตนาการบรรเจิดไปหรือไม่?