“เวทย์พลังนั้นไม่ว่าจะเป็นมรดกตกทอดหรือมีผู้ชี้แนะสอนสั่งก็ตามที แต่ทั้งหมดทั้งมวลล้วนขึ้นอยู่กับไหวพริบปฏิภาณของเจ้าว่ามีสามารถพอจะเรียนรู้เข้าใจได้หรือไม่…เพราะมิใช่ทุกๆคนสามารถควบคุมใช้งานเวทย์พลังได้ง่ายๆทุกชนิด!”
หวางเฟยเซวียนยังคงกล่าวสืบต่อ
“ในแดนลับเซียนที่ว่า มันมีมรดกตกทอดเวทย์พลังงั้นเหรอ?”
ต้วนหลิงเทียนไม่ใช่คนโง่ ไหนเลยเขาจะไม่รู้เรื่องที่หวางเฟยเซวียนจะสื่อ
“ถูก”
หวางเฟยเซวียนพยักหน้า “มรดกตกทอดที่ยอดคนทิ้งเอาไว้ นับเป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดในแดนลับเซียน…แม้พวกเราจะพบพานมรดกตกทอดเวทย์พลังในแดนลับเซียน แต่พวกเราก็ได้ทำได้แค่จดจำเอาไว้ในใจก่อนเท่านั้น เพราะด้วยพลังฝึกปรือของพวกเราตอนนี้ยังไม่มีพลังมากพอจะทำความเข้าใจมันจนแตกฉาน กระทั่งเพาะสร้างมันได้…”
“ยิ่งไปกว่านั้นมรดกตกทอดเวทย์พลังในแดนลับเซียนนั้นมิอาจทำซ้ำได้ในเวลาอันสั้น…ถึงแม้พวกเราจะจดจำได้ แต่พวกเราไม่อาจแบ่งปันให้กับผู้อื่นได้ เพราะองค์ความรู้ที่ได้รับถ่ายทอดผ่านสำนึกสติในมรดกจะต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละคน สิ่งที่เจ้ารับรู้อาจไม่เหมือนที่ข้ารับรู้ ทำให้พวกเราจำต้องบรรลุถึงขอบเขตเซียนมนุษย์เสียก่อน…จนเมื่อเพาะสร้างเวทย์ต้นแบบพลังนั่นได้สำเร็จแล้วจริงๆ ถึงจะสามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นต่อได้”