“อนิจจาเวทย์พลังระดับสูงนั้นหาได้ยากเย็นนัก…อีกทั้งจำต้องผ่านบททดสอบมากมายกว่าจะได้รับ หากทดสอบล้มเหลวก็ถือว่าสิ้นวาสนากับเวทย์พลังดังกล่าว กระทั่งเผลอๆอาจจะถูกคัดออกจากแดนลับเซียน”
กล่าวถึงจุดนี้ หวางเฟยเซวียนมองสบตาต้วนหลิงเทียน “ด้วยเหตุนี้ข้าจึงคิดร่วมมือกับเจ้า หากพวกเราร่วมมือกันย่อมมีพลังรบกล้าแข็งนัก ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่พวกเราจะฝ่าด่านทดสอบของเวทย์พลังระดับสูง!”
กล่าวจบคำ ประกายตาของหวางเฟยเซวียนก็ยิ่งทวีความร้อนแรงมากขึ้น
“ที่แท้เจ้าก็หวังเรื่องนี้นี่เอง…”
หลังได้ฟังคำของหวางเฟยเซวียน ต้วนหลิงเทียนก็ยิ้มบางๆ พร้อมส่ายหน้า กล่าวออก “อย่างไรก็ตาม ข้าไม่คิดจะร่วมมือกับเจ้า…”
“เจ้า!!”
หวางเฟยเซวียนคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าต้วนหลิงเทียนจะกล่าวปฏิเสธออกมาโต้งๆโดยแทบไม่ต้องคิดแบบนี้ สีหน้านางเปลี่ยนไปทันที “ไฉนเจ้าเป็นซะอย่างนี้เล่า! ข้าอุตส่าห์ตั้งใจมาหาเจ้าเพื่อที่พวกเราจะได้ร่วมมือกันแท้ๆ แต่เจ้ากลับปฏิเสธข้าโดยไม่แม้แต่จะคิดเลยแบบนี้…หรือเจ้าคิดว่าร่วมมือกับข้าไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร?”
“อ่า…ร่วมมือกับเจ้าไปก็ไม่น่าจะมีอะไรดีขึ้น…”
เหลือบมองหวางเฟยเซวียนครู่หนึ่ง ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบเสียงเรียบ
ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่หวางเฟยเซวียนเป็นแค่เซียนขัดเกลาขั้นต้นด้วยซ้ำ ต่อให้นางเป็นเซียนขัดเกลาขั้นกลางต้วนหลิงเทียนก็ไม่สนใจจะร่วมมือกับนางสักนิด