หวางเฟยเซวียนถึงกับอึ้งไปไม่น้อย ด้วยไม่คิดเลยว่าต้วนหลิงเทียนจะรู้เรื่องนางดี นางอดไม่ได้ที่จะหน้าเจื่อนไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะพยายามตีหน้าดุกล่าวโวยวายต่อ “ไม่รู้หล่ะ เจ้าต้องชดใช้ให้ข้า! ไม่งั้นข้าจะมารบกวนเจ้าทุกวันจนเจ้าไม่เป็นอันบ่มเพาะพลังเลยคอยดู!”
“มาไม้นี้อีกแล้ว?”
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกพูดไม่ออก ขณะเดียวกันหน้าเขาเริ่มจมลง “หวางเฟยเซวียน นี่เจ้าคิดว่าเล่นแบบนี้มันสนุกนักหรือ?”
“อะไรของเจ้ากัน ข้าก็แค่ล้อเจ้าเล่นเล็กน้อยเท่านั้น…เจ้าจะจริงจังทำเพื่อ?”
เมื่อเห็นหน้าต้วนหลิงเทียนจมลงเผยความจริงจังราวกับมีโทสะ หวางเฟยเซวียนก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวอ้างออกมา ทั้งยังพูดต่อดีๆ “เอาล่ะๆ ข้าไม่ล้อเจ้าเล่นแล้วก็ได้ เจ้าอย่าคิดเล็กคิดน้อยอีกเลย…”
คิดเล็กคิดน้อย?
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกพูดไม่ออกอีกรอบ
อย่างไรก็ตามใบหน้าขึงขังของเขาค่อยๆคลายลง เมื่อได้ยินวาจาของนาง ยังกล่าวถามออกไปตรงๆ “บอกข้ามาเถอะ เจ้ามาหาข้าที่แท้มีเรื่องอะไรกันแน่?”
“แดนลับเซียน!”
อาจเป็นเพราะแลดูต้วนหลิงเทียนจริงจังแปลกๆ หวางเฟยเซวียนจึงไม่คิดล้อเล่นอะไรอีก เปิดประตูเห็นภูผากล่าวออก
“แดนลับเซียน? ไม่ใช่ว่ากว่าที่แดนลับเซียนจะเปิดก็อีกเดือนกว่ารึไง เจ้ามาพูดถึงมันกับข้าตอนนี้ทำไม?”
ต้วนหลิงเทียนแลดูงุนงงสงสัยไม่น้อย