“นั่นสิ หากเทียบกับเขาแล้ว อัจฉริยะรุ่นเยาว์ไม่กี่คนในตำหนักฟ้าลี้ลับของพวกเรา ช่างห่างชั้นนัก…เจ้าพวกนั้นพรสวรรค์ทั้งศักยภาพสู้ศิษย์น้องหลิงเทียนไม่ได้แท้ๆ แต่วางท่าโอหังปานบิดามันเป็นจ้าวตำหนัก…มารยาทยังถ่อยกว่าศิษย์น้องหลิงเทียนคนละโลก!!”
ศิษย์รักษาการณ์อีกคนกล่าวออกเช่นกัน สิ้นคำของมันผู้ที่ยืนแถวนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยกันหมด
ด้านต้วนหลิงเทียนเองก็คงไม่รู้ว่า ในสายตาของศิษย์รักษาการณ์ที่คอยลงทะเบียนผู้คนเข้าออกเกาะ เขาดูดีไม่น้อย
ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนก็พยายามอ่านข้อมูลในป้ายหยก ทำให้เขารู้ว่าที่ต้องระวังบนเกาะลอยฟ้าแห่งนี้มีอะไรบ้าง แล้วไปที่ไหนไม่ได้บ้าง
ตำหนักหลักที่อยู่บนเกาะลอยฟ้านี้ มองไปเป็นพระราชวังหยกที่วิจิตงดงามทั้งโอ่อ่าให้บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ ปานวิมานฟ้าบนสวรรค์…
ระหว่างทางเข้าต้วนหลิงเทียนก็เห็นศิษย์เฝ้ารักษาการณ์ด้านหน้าหลายหน่วย กระทั่งยังมีแถวศิษย์ที่เดินลาดตระเวนเป็นระเบียบเรียบร้อย ยังมีร่างที่วูบไปวูบมาเข้าออกวุ่นวาย เหล่านี้ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ก็เป็นศิษย์บนตำหนักหลัก หรือศิษย์ที่ติดอันดับในรายนามฟ้าลี้ลับ!
ต้วนหลิงเทียนไม่ได้เถลไถลอะไร เพียงชมดูเรื่องราวที่ทางพักหนึ่งก็นึกจุดประสงค์การมาออก จึงมุ่งหน้าไปยังหอตำราหลักทันที
และไม่นานต้วนหลิงเทียนก็มาถึงที่หมาย เบื้องหน้าปรากฏหอตำราหลักตั้งตระหง่าน มันแลดูใหญ่โตโออ่าไม่น้อย