หวังพีร่ายมาต่อเนื่อง
ต้วนหลิงเทียนที่ได้ยินก็รู้สึกพูดไม่ออก ไฉนเขาถึงรู้สึกว่าหวังพีนี้คุยยากยิ่งกว่าหวางเฟยเซวียนเสียได้?
ไม่นานภายใต้การนำของหวังพี ต้วนหลิงเทียน กับหวางเฟยเซวียน ก็มาถึงช่องเขาแห่งหนึ่งที่อยู่บนยอดเขาสูง ยามมองไปแลเห็นฟ้าเป็นเส้น สามารถเดินเข้าไปได้ทีละคนเท่านั้น
(ฟ้าเป็นเส้น, ลองเอาคำ 一线天 ไปเซิจดู อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน)
หลังจากเดินผ่านช่องเขาแคบเข้ามาได้สักพัก เบื้องหน้าสายตาก็เริ่มเห็นแต่สีเขียว
ภายในหุบเขาแห่งนี้นับว่าเต็มไปด้วยต้นหญ้าทั้งพืชไม้นานาพรรณ ให้ความรู้สึกสงบเงียบ
เลยออกไป คล้ายทั้งหุบเขาจะถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอก หมอกดังกล่าวบดบังทัศนวิสัยไปหมดสิ้น ยากจะมองเห็นว่ามีสิ่งใดอยู่ด้านหลัง…
‘ค่ายกลงั้นเหรอ?’
ทันทีที่เห็นหมอกดังกล่าว ต้วนหลิงเทียนก็บอกได้ทันทีว่าหมอกเบื้องหน้าเป็นผลของค่ายกล และเบื้องหน้าม่านหมอกก็มีชายชราผู้หนึ่งยืนเฝ้าอยู่
ใบหน้าของชายชราผู้นี้เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา คล้ายมากไปด้วยประสบการณ์ เส้นผมขนคิ้วขาวโพลน กลมกลืนไปกับชุดสีเทาอย่างลงตัว แขนข้างหนึ่งขาดหาย ทว่าเพียงยืนอยู่เฉยๆ พลังสภาวะกลับแข็งกล้าไม่คล้ายคนพิการ!
เพียงมองปราดเดียวต้วนหลิงเทียนก็รู้ได้ทันทีว่าชายชราแขนเดียวผู้นี้ไม่ธรรมดา!
“อาวุโส”
หวังพีพาทั้ง 2 ไปหยุดลงเบื้องหน้าชายชรา ก่อนที่จะโค้งคำนับด้วยความเคารพ ในแววตายังเต็มไปด้วยความนับถือ
“อาวุโส”