“แต่หากจะกล่าวว่าผู้ใดร้ายกาจที่สุด ข้ายังคิดว่าสมควรเป็นลี่เฟิง ที่ปรากฏตัวขึ้นมาในเขตอิทธิพลหลักคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องเมื่อปีที่แล้วมากกว่า…เพราะลี่เฟิงนั่นบรรลุเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุดตั้งแต่ยังอายุไม่ถึง 40! หลิงเทียนยังห่างอยู่บ้างหากคิดจะเทียบกับลี่เฟิง!”
“แน่นอนว่าลี่เฟิงนั่นย่อมเป็นสัตว์ประหลาดที่แท้จริง!”
……
ศิษย์ของอีก 3 วังที่เหลือเองก็อดไม่ได้ที่จะตกใจกับข่าวนี้
หากต้วนหลิงเทียนมาได้ยินวาจาของพวกมันล่ะก็ คงได้มีอมยิ้มกันบ้าง
ลี่เฟิงนั่นจะอย่างไรก็แค่ตัวเขาเมื่อปีที่แล้ว
วันนี้เขาไม่ได้อยู่ระดับเดียวกันกับปีที่แล้วเลย…
แน่นอนว่าแม้ต้วนหลิงเทียนจะได้ยินที่พวกมันพูด เขาก็คงทำแค่อมยิ้ม และไม่คิดอธิบายอะไรเพิ่มเติม
เพราะสุดท้ายแล้วตอนนี้เขาไม่ใช่ลี่เฟิง แต่เป็น หลิงเทียน!
ไม่ว่าจะอะไรยังไง สุดท้ายข่าวเรื่องที่หลิงเทียนสู้เสมอกัวลู่ ก็แพร่สะพัดไปทั่วตำหนักฟ้าลี้ลับ บรรดาระดับสูงๆทั้งหลายยังอดไม่ได้ที่จะบังเกิดความสนใจ
หลายคนยังกระเหี้ยนกระหือรือหมายรับตัวเขาเป็นศิษย์!
หากแต่ไม่ว่าคลื่นลมจะโหมกระหน่ำเพียงใด ต้วนหลิงเทียนที่ตั้งหน้าตั้งตาบ่มเพาะพลังในชั้น 3 ของเจดีย์หลิงหลง 7 สมบัติก็ไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย จนถึงวันที่สระวิญญาณจะเปิดออก ต้วนหลิงเทียนค่อยออกมาจากเจดีย์ 7 สมบัติและมานั่งรอที่โต๊ะหินอ่อนในลานหน้าบ้าน