เมื่อพบว่าทุกสายตาของศิษย์ไปตกที่ร่างๆหนึ่ง ต้วนหลิงเทียนก็รู้ได้ทันทีว่านี่หมายความว่าอะไร
อย่างไรก็ตามสุดท้ายอีกฝ่ายก็แค่เซียนขัดเกลาชั้นเชี่ยวชาญ ซึ่งไม่นับว่าอยู่ในสายตาเขาแม้แต่น้อย
“นี่…เจ้านั่นเรียกว่า กัวลู่ พลังฝีมือจัดว่าติด 3 อันดับแรกของเหล่าศิษย์วังนภาที่บรรลุถึงเซียนขัดเกลาขั้นเชี่ยวชาญ!”
ทันใดนั้นเองพลันมีเสียงคุ้นหูหนึ่งส่งตรงมาถึงหูต้วนหลิงเทียน ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นหวางเฟยเซวียน
“หืม? ทำไมอย่างเจ้าถึงมาเตือนข้าได้?”
ต้วนหลิงเทียนเหลือบไปมองนางค่อยถามออกด้วยเสียงเฉยเมย
ตั้งแต่ที่หวางเฟยเซวียนหัวเราะเสียงใสออกมา ต้วนหลิงเทียนก็สังเกตเห็นนางแล้ว นอกจากนี้เขายังรู้อีกด้วยว่านางสมควรแอบอยู่นอกลานแต่แรก หมายชมดูเรื่องราวสนุกสนาน
น่าเสียดายที่นางถูกลิขิตไว้แล้วว่าไม่อาจได้เห็น ‘เรื่องราวสนุกสนาน’ อะไร
ในสายตาของต้วนหลิงเทียน การที่เขาเอาชนะหวงจี้ได้…สมควรสร้างความผิดหวังให้แก่นางแน่นอน! แต่เขาไม่คิดเลยจริงๆว่านางจะเป็นฝ่ายกล่าวเตือนเขาเกี่ยวกับความเป็นมาของกัวลู่แบบนี้!!
“เฮอะ! ในสายตาเจ้าข้าดูเหมือนอันธพาลอย่างพวกนี้รึไง?”
หวางเฟยเซวียนกล่าวออกด้วยหน้าบูดบึ้ง น้ำเสียงไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่เหมือน..”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมา ค่อยกล่าวออกเสียงเรียบ
“โฮ่! งั่นนับว่าสายตาเจ้ายังใช้การได้อยู่!”
หวางเฟยเซวียนหัวเราะเบาๆ