“เจ้าอย่าพึ่งด่วนสรุป ข้ายังพูดจบ…เจ้าไม่เหมือน แต่เจ้ามันอันธพาลชัดๆ!”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวเพิ่มมาเช่นนี้ ทำให้หวางเฟยเซวียนที่หัวเราะคิกคักอยู่หน้าบึ้งทันใด “เพ้ย! สหายหลิง! ท่านย่าผู้นี้หวังดีกล่าวเตือนเจ้าแท้ๆ แต่เจ้าไม่เพียงไม่รู้คุณยังแว้งกัดท่านย่าดั่งงูพิษ! ให้ข้าดูเจ้าถูกกัวลู่ทุบตีเถอะ ขอให้เจ้าแพ้กัวลู่อนาถยิ่งกว่าหวงจี้ไปเลย!”
หวงจี้ก็คือศิษย์วังนภาคนก่อนหน้าที่กล้าเข้ามาท้าต้วนหลิงเทียน ตอนนี้มันพ่ายแพ้ทั้งถูกกล้อนผม จึงรีบหนีกลับไปแล้ว…
“น่าเสียดายที่เจ้าคงต้องผิดหวัง เพราะข้าไม่แพ้หรอก…”
ต้วนหลิงเทียนยังคงส่งเสียงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเฉยเมย หากแต่ในถ้อยคำกลับเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ
จังหวะนี้หวางเฟยเซวียนถึงกับไร้คำจะกล่าวตอบต้วนหลิงเทียน เพราะนางไม่อาจหยั่งถึงต้วนหลิงเทียนได้จริงๆ ว่าไฉนขนาดนี้แล้วถึงยังสงบใจอยู่ได้ ไม่คล้ายลนลานแม้แต่น้อย…
เหตุผลที่นางกล่าวเตือนต้วนหลิงเทียนเรื่องกัวลู่ ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวต้วนหลิงเทียนถูกกัวลู่ทุบตี นางแค่อยากเห็นต้วนหลิงเทียนหวาดกลัวจนหน้าซีดเหงื่อตก ให้นางมีโอกาสกล่าวล้ออย่างสนุกสนานเท่านั้น
อย่างไรก็ตามนางไม่คิดเลยว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับตรงกันข้ามกับที่คิดไว้อย่างสิ้นเชิง…
ไม่เพียงต้วนหลิงเทียนจะไม่หวาดกลัวหน้าซีดดั่งคาด ยังแลดูสงบทั้งเต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับไม่ได้กริ่งเกรงอะไรกัวลู่แม้แต่นิดเดียว!!