‘เจ้าทึ่มนี่มันใจว่าจะเอาชนะกัวลู่ได้งั้นเหรอ…’
ทันใดนั้นเอง ความคิดดั่งกล่าวพลันผุดขึ้นในใจหวางเฟยเซวียนอย่างไม่มีเหตุผล
‘ไม่จริงน่า! เป็นไปไม่ได้หรอก…’
อย่างไรก็ตามหวางเฟยเซวียนส่ายหน้าเบาๆทั้งปัดความคิดดังกล่าวให้ตกไปทันที นางหันไปมองจ้องต้วนหลิงเทียนอีกครั้งค่อยกล่าวพึมพำกับตัวเบาๆ “เจ้าทึ่มนั่นจะยังไงก็อายุไม่ถึง 40 ปี ไม่มีทางมีพลังฝึกปรือทัดเทียมกับกัวลู่ได้หรอก…หาไม่แล้วเจ้าทึ่มนั่นก็มิได้ด้อยไปกว่าลี่เฟิงมากมายอะไรน่ะสิ…”
ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะหวางเฟยเซวียนไม่รู้ว่าต้วนหลิงเทียนกับลี่เฟิงเป็นคนๆเดียวกัน หาไม่แล้วนางคงไม่มีความคิดอะไรพรรค์นี้
ภายใต้สายตาที่จ้องมองมาของศิษย์วังนภาทุกคนที่อยู่ในที่นี้ ในที่สุดกัวลู่ก็จำต้องก้าวออกมา มันมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตากระจ่าง “ศิษย์น้องหลิงเทียน เจ้าสามารถบรรลุถึงเซียนขัดเกลาขั้นเชี่ยวชาญได้ด้วยอายุเท่านี้ ช่างเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมนัก! ข้านับถือเจ้าอย่างยิ่ง…ก่อนหน้าเป็นพวกเราประเมินเจ้าต่ำเกินไป มาตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าไฉนท่านรองจ้าววังถึงให้ความสำคัญกับเจ้านัก ที่แท้ด้วยพลังฝีมือของเจ้า มิว่าจะไปอยู่วังใดกระทั่งขุมพลังแห่งหนใด ล้วนสมควรได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้จริงๆ…”