“ไปกันเถอะ! ข้าจะพาพวกเจ้าทุกคนไปรับป้ายประจำตัว และนับตั้งแต่วันนี้ไปพวกเจ้าจะเป็นศิษย์ของวังนภา…การอยู่ในวังนภานั้น…หมายความว่าเจ้าอาจจะต้องประชันขันแข่งกับศิษย์อีก 3 วังที่เหลือแม้กระทั่งยังต้องแข่งขันกับศิษย์ในวังนภาด้วยกัน…แต่ข้าอยากขอให้พวกเจ้าจงจดจำเอาไว้ ว่าต่อให้ภายในพวกเราจะแข่งขันกันเพียงใด แต่ยามออกไปภายนอกให้พึงระลึกเอาไว้ว่าทั้งหมดล้วนเป็นคนตำหนักฟ้าลิ่วล่อง พวกเจ้าต้องรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว”
หวังพีกล่าวออกเสียงเข้ม ก่อนที่จะค่อยๆเหินร่างขึ้นฟ้า หมายนำต้วนหลิงเทียนและทุกคนไปรับสิ่งของด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย
ต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆก็พยักหน้ารับคำ ก่อนที่จะติดตามมันไป
ภายใต้การนำของหวังพี ไม่นานทุกคนก็ได้รับป้ายประจำตัว ที่มีไว้แสดงอัตลักษณ์ของตัวเอง
หลังจากที่พาทุกคนไปรับป้ายประจำตัวแล้ว หวังพียังพาต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆไปยังที่พักอาศัยเช่นกัน เป็นบ้านเดี่ยวพร้อมลานว่าง ที่ตั้งเรียงรายกันเป็นสัดส่วนบนพื้นที่ราบกลางเขา มองไปก็คล้ายหมู่บ้านเล็กๆหมู่บ้านหนึ่ง
“หลิงเทียน สระวิญญาณนั้นจะเปิดอีกครั้ง ในอีก 10 วันหลังจากนี้…พอถึงเวลาแล้วข้าจะมาหาเจ้า”
หลังจากที่จัดแจงให้หวางเฟยเซวียนและคนอื่นๆเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว หวังพีก็พาต้วนหลิงเทียนมาส่งที่บ้านว่างเป็นคนสุดท้าย พร้อมกล่าวกำชับออกไป
“อ้อ”