นั่นเพราะเสียงของหวางเฟยเซวียนพลันดังขึ้นให้ได้ยิน “รางจ้าววังเถียน ความจริงด้วยมิตรภาพระหว่างท่านกับท่านปู่ ข้าจึงคิดจะเข้าร่วมวังลี้ลับ…อย่างไรก็ตามตอนนี้ข้าได้ตัดสินใจเลือกแล้ว และนั่นมิใช่วังลี้ลับ”
มิใช่วังลี้ลับ…
4 คำนี้พอดังเข้าหูของเถียนจี้ ยังประหนึ่งอัสนีบาตยามแล้ง ไม่มีการตั้งเค้ามาก่อน!!
“ฮ่าๆๆๆ”
เมื่อเห็นเถียนจี้ถูกปฏิเสธตรงๆ จางชิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดังลั่นด้วยความถูกใจ “เฒ่าเถียนเจ้าอย่าได้ร้องไห้เล่า…สาวน้อยนางนี้รู้ว่าอันใดดีต่อตัว นางจึงไม่อยากเข้าวังลี้ลับของเจ้า แต่ชมชอบวังปฐพีของข้า…สาวน้อยเจ้านับว่าเลือกได้ประเสริฐนัก!!”
“ฮึ่ม!!”
เถียนจี้แค่นคำออกมาเสียงเย็นด้วยความขุ่นขึ้งใจ วาจาของจางชิงมันปวดแสบนัก ไม่ต่างอันใดกับราดเกลือลงแผลสดแม้แต่น้อย
“รองจ้าววังจาง ท่านเองก็เข้าใจผิดแล้ว ข้ามิได้คิดเข้าร่วมวังปฐพีของท่าน…ข้าอยากเข้าร่วมวังนภา”
วาจาท้ายประโยค หวางเฟยเซวียนยังจงใจหันมองไปยังต้วนหลิงเทียน นั่นทำให้เขารู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
‘เอ่อ…ท่านย่าน้อยดุร้ายนี่คงไม่ได้เลือกวังนภาเพราะข้าหรอกนะ?’
ไม่น่าแปลกใจที่ต้วนหลิงเทียนจะสงสัยในเรื่องนี้ เพราะหวางเฟยเซวียนจ้องเขาไม่วางตาพักใหญ่ กระทั่งตอนพูดว่าตัดสินใจเลือกแล้ว ยังจงใจหันมองมาทางเขาอีก….