แน่นอนว่ายังมีผู้คนไม่น้อยเช่นกันที่ยังคงความสงบอยู่ได้ และไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแปลกใหม่อะไร ยังมีกระทั่งบางคนที่เผยสายตาหยามเหยียดกล่าวเย้ยแดกดันผู้ไม่รู้ “เฮอะ! พวกบ้านนอกเอ๊ย! นี่พวกเจ้ามิรู้กันจริงๆหรือว่าโลกหล้ามีสิ่งที่เรียกว่าอาคมเซียนลอยตัว? ก็แค่เกาะลอยได้เพราะอาคมเซียน แถมที่นี่คือตำหนักฟ้าลี้ลับอันมีมรดกตกทอดมายาวนาน เรื่องเท่านี้ยังนับเป็นเรื่องแปลกอันใด?”
อาคมเซียนลอยตัว!
ท่ามกลางผู้คน ต้วนหลิงเทียนที่ตอนนี้อยู่ในคราบ ‘หลิงเทียน’ ก็กำลังจับจ้องมองไปยังเกาะลอยได้ไม่ว่างตา
เกาะมหึมาขนาดนี้แต่ลอยได้ แน่นอนว่าทำให้เขาตกตะลึงอยู่บ้าง…แต่เขาตกตะลึงคนละเรื่องกับคนอื่น ‘ให้ตายเถอะ…ต้องใช้พลังงานจ่ายไปยังค่ายกลกับข่ายอาคมพวกนั้นมหาศาลขนาดไหนกัน ถึงทำให้เกาะใหญ่โตขนาดนั้นลอยล่องอยู่ได้? น่ากลัวว่าจำนวนหินเซียนที่ต้องจ่ายเป็นขุมพลังคงสภาพค่ายกลต่อวันจะมหาศาลจนขนหัวลุก…’
สำหรับค่ายกลและอาคมเซียนอะไร ต้วนหลิงเทียนย่อมมีความรู้อยู่บ้าง จึงไม่ได้แปลกใจอะไรกับการเห็นเกาะลอยได้…
ต้วนหลิงเทียนที่กำลังยืนปะปนอยู่ท่ามกลางฝูงชนนั้น วันนี้เขามาในมาดจอมยุทธ์พเนจร สวมใส่ชุดจอมยุทธืเรียบง่ายสีเขียว รูปร่างหน้าตาคราวนี้จัดว่าหล่อเหลา หากทว่าในอ้อมอกกับมีกระบี่ธรรมดาๆแลดูไม่เข้ากับหน้าตาเล่มหนึ่งกอดไว้…
กระบี่เล่มนี้ไม่ใช่ใดอื่น เป็นกระบี่นิลสวรรค์!