มันไม่ได้ยินเสียงหอนของกระบี่ หากแต่จูมูจื่อที่มีพลังฝึกปรือเซียนขัดเกลาขั้นกลาง ซึ่งเป็นด่านพลังสูงสุดในที่นี้สามารถได้ยินเสียงดังกล่าว แม้จะแผ่วเบาและหายไปในเวลาแค่เสี้ยวพริบตาก็ตามที…
ด้วยเหตุนี้พอจูมูจื่อเห็นร่างอวิ๋นคุนปรากฏตัวและเริ่มแยกออกเป็นสองเสี่ยง มันจึงคล้ายวิญญาณหลุดลอยออกจากร่าง สีหน้ายังเริ่มซีดลง เหงื่อกาฬแตกพลั่ก!
การตกตายของอวิ๋นคุน สุดที่มันจะคาดคิดได้จริงๆ
และเมื่อนึกถึงทีท่า ‘เขียนเสือให้วัวกลัว’ ก่อนหน้าที่มันกระทำต่อต้วนหลิงเทียน ใจมันอดไม่ได้ที่จะสะท้านขึ้นมา
หากสวรรค์ให้โอกาสมันอีกสักครั้ง ต่อให้มันมีความกล้ามากกว่านี้เป็นร้อยเท่า มันก็ไม่กล้าท้าทายยั่วยุชายหนุ่มเบื้องหน้าแน่นอน!
‘บัดซบ! สารเลวอวิ๋นคุน! ไหนเจ้ากล่าวด้วยความมั่นใจนักมั่นใจหนาว่าแก้ปัญหานี้ได้ง่ายดาย…หาไม่แล้วข้าคงไม่ไปท้าทายมันเช่นนั้น!!’
เมื่อคิดถึงจุดนี้ จูมูจื่อก็มองร่างที่แยกเป็น 2 เสี่ยงของอวิ๋นคุนด้วยสายตาโกรธแค้น ยังดุร้ายอาฆาตปานจะกลืนกินเลือดเนื้อผู้คน!
‘ไม่คิดเลยว่าเพียงจ่ายปราณสุริยันแรกกำเนิดลงกระบี่นิลสวรรค์แค่ไม่กี่ส่วน กลับให้พลังอำนาจขนาดนี้…อวิ๋นคุนนั่นเป็นของขุมพลังกึ่งชั้น 3 แถมบรรลุเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุด ยังตกตายโดยที่ข้าไม่เหนื่อยแรงอะไร…’