ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ หากแต่สีทองเจิดจ้าที่เปล่งออกมาจากกระบี่นิลสวรรค์ ก็ค่อยๆลดความสว่างลงเหลือเพียงแค่เปล่งประกายแสงทองเรืองรองนวลตา ยังผลให้กระบี่ธรรมดาแลดูงดงามขึ้นหลายส่วน ต้วนหลิงเทียนยังอดไม่ได้ที่จะลูบไล้ใบกระบี่นิลสวรรค์เบาๆ
ฟุ่บ!
ทันใดนั้นเองร่างต้วนหลิงเทียนพลันเหินพุ่งออกไปดั่งกระสุน พริบตาก็หยุดอยู่เบื้องหน้าพวกจูมูจื่อทั้ง 3 แน่นอนว่าระหว่างทางยังไม่ลืมสะบัดมือเรียกเก็บแหวนพื้นที่ของอวิ๋นคุนมาด้วย
และตอนนี้สีหน้าทั้ง 3 นับว่าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์นัก ในแววตาของพวกมันคงเหลือแต่เพียงความหวาดผวาขลาดกลัว!
“อะไร? พวกเจ้ากลัวแล้ว?”
เมื่อเห็นสีหน้าแววตาของทั้ง 3 ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา…หากแต่เป็นยิ้มแสยะมุมปากที่แลดูน่ากลัวนัก!
“ใต้เท้าผู้ยิ่งใหญ่ ข้าจูมูจื่อนับว่ามีตาแต่ไร้แวว ไท่ซันยิ่งใหญ่ตั้งอยู่เบื้องหน้าแต่ข้ามิอาจแลเห็น! ขอใต้เท้าผู้ยิ่งใหญ่ได้โปรดอภัยให้แก่ความเขลาของข้าสักครา…ตราผนึกมารนับว่าคู่ควรที่จะอยู่ในมือใต้เท้าผู้ยิ่งใหญ่เพียงคนเดียว อวิ๋นคุนนั้นมันก็แค่ตัวโง่งมมิรู้ต่ำสูง เป็นเพียงหิ่งห้อยแต่หาญกล้าคิดแข่งขันประชันกับแสงจันทร์!!”
จูมูจื่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะคุกเข่าทั้งก้มหัวกล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
ตอนนี้สง่าราศีทั้งบารมีที่เคยประดับอยู่ทั่วร่างของมัน สลายหายไปสิ้น ไม่ต่างอะไรจากมุสิกขลาดเขลาตัวหนึ่ง