และหากประเทศฝูเฟิงกลายเป็นโกลาหลวุ่นวาย ที่จะตามมาก็คือการแก่งแย่งชิงดี คราวนี้น่ากลัวว่าทั้งประเทศคงพยายามแบ่งพรรคแบ่งพวก ทั้งหาขุมพลังสนับสนุน กลายเป็นปั่นป่วนไปทั้งประเทศ…
เกรงว่าถึงตอนนั้นไม่แคล้วตระกูลซือถูซึ่งกล่าวได้ว่าเกี่ยวดองกับราชวงศ์ส่วนหนึ่ง คงต้องถูกฉุดลากลงกองเพลิงแห่งความแก่งแย่งชิงดีด้วย…
ตระกูลซือถูเป็นที่อยู่ของสหายและผู้หลักผู้ใหญ่ รวมถึงศิษย์พี่ของเขา ต้วนหลิงเทียนย่อมไม่อยากให้ตระกูลซือถูต้องมาเดือดร้อนอะไร
เช่นนั้นเขาจึงไม่ได้ฆ่าจูหยวนกับจูเลี่ยทิ้ง
“ตราผนึกมารเป็นสิ่งที่ข้าต้องได้มาครองให้จงได้! หากข้าเห็นว่าตระกูลราชวงศ์ของพวกเจ้ากล้ากระทำเรื่องปัญญาอ่อนจนทำให้ข้าเสียเรื่อง อย่างไปลงมือกับสหายของต้วนหลิงเทียนเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นอีกล่ะก็…ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะฆ่าล้างตระกูลราชวงศ์ของพวกเจ้า!”
ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองจูหยวนและจูเลี่ยด้วยสายตาเย็นชาอีกรอบ ก่อนที่ร่างเขาจะอันตรธานหายไปในอากาศ
สำหรับป๋ายลี่หงนั้น…เขาไม่ได้พาไปด้วยแต่อย่างไร!
สถานะของตัวเขาตอนนี้เป็นคนแปลกหน้าสำหรับป๋ายลี่หง ย่อมไม่เหมาะที่จะพาป๋ายลี่หงออกไปด้วย
แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียนรู้ดีว่าแม้เขาจะจากไปโดยไม่พาป๋ายลี่หงไปด้วย แต่ตราบใดที่ฮ่องเต้ฝูเฟิงยังหลงเหลือสมองอยู่บ้าง มันก็คงไม่คิดสร้างปัญหาให้ป๋ายลี่หงอีกต่อไป…กระทั่งยังต้องพยายามปกป้องป๋ายลี่หงด้วยซ้ำ!