เรื่องที่ต้วนหลิงเทียนปั้นแต่งขึ้นมาทั้งหมด แน่นอนว่ามันย่อมไม่รู้
“ขุมพลังกึ่งชั้น 3 ตำหนักเมฆาคราม?”
หลังจากที่ได้ยินคำของจูมูจื่อแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็อึ้งไปเล็กน้อย ค่อยหันไปมองถามชายวัยกลางคนที่ยืนข้างๆจูมูจื่อ “เจ้ามาจากขุมพลังกึ่งชั้น 3?”
“เหอะ!”
ได้ยินคำถามนี้ของต้วนหลิงเทียน ชายวัยกลางคนพลันเชิดหน้าชูตาขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนที่จะเหลือบมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาดูแคลนทั้งวางอำนาจเหนือกว่า “ข้า อวิ๋นคุน ศิษย์ของตำหนักเมฆาคราม!”
น้ำเสียงของอวิ๋นคุนมากล้นไปด้วยความภาคภูมิใจ
และนี่ย่อมเป็นความภาคภูมิใจในฐานะคนของตำหนักเมฆาคราม!
หากเป็นตำหนักเมฆาครามในอดีตนั้น กล่าวได้ว่าคงเป็นขุมพลังกึ่งชั้น 3 ที่จัดได้ว่าต่ำต้อยที่สุด
เพราะสุดท้ายแล้วแม้จะขึ้นชื่อว่าขุมพลังกึ่งชั้น 3 เช่นเดียวกัน แต่ก็มีแบ่งแยกสูงต่ำดำขาว
และเรียกว่าในกาลก่อนตำหนักเมฆาครามคือขุมพลังกึ่งชั้น 3 ที่อยู่รั้งท้าย!
อย่างไรก็ตามตั้งแต่ตำหนักเมฆาครามได้จ้าวตำหนักคนใหม่ขึ้นกุมบังเหียน ตำหนักเมฆาครามก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นทุกวัน จนทุกวันนี้ก็ได้กลายเป็นขุมพลังต้องห้าม ที่ยากจะมีใครในภูมิภาคเบื้องล่างของดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าหาญกล้าล่วงเกิน!
แน่นอนว่าอวิ๋นคุนคงไม่มีวันจินตนาการออกได้เลย ว่าชายหนุ่มที่มันกำลังเหลือบมองด้วยสายตาดูแคลนอยู่ก็คือจ้าวตำหนักน้อยของตำหนักเมฆาครามที่สูงส่งของมัน!