อาวุโสหลายคน รวมถึงฉีอี้เฉิงผู้นำคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องได้แต่ขมวดคิ้ว “ข้ามิเคยได้ยินเรื่องราวของผู้ฝึกตนพเนจรนามลี่เฟิงมาก่อนเลย…แต่มันสามารถฆ่าฉีค่านที่บรรลุเซียนขัดเกลาได้ นั่นหมายความว่ามันมิได้อ่อนด้อยไปกว่าจงกู้แน่ๆ!”
“หึ! ลี่เฟงกล้าฆ่าคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องเรา นับว่ามันรนหาที่ตายแล้ว!”
“อย่าได้กังวล…นายน้อยสมควรฆ่าลี่เฟิงนั่นไปแล้วเช่นกัน”
“ถูก มิจำเป็นต้องไปสนใจคนตาย!”
……
ได้ยินวาจาเหล่านี้จากอาวุโสของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง ทำให้สีหน้าของฉีเสิ่นกับคนที่พึ่งกลับมาจากหุบเขาหลิงหลงพร้อมมัน เผยความขื่นขมยากกล้ำกลืนทันที
“หืม?”
ในฐานะผุ้นำคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง ไหนเลยฉีอี้เฉิงจะเป็นชนชั้นต่ำทรามสายตาไม่เอาไหนได้ มันย่อมสังเกตเห็นอาการของพวกฉีเสิ่นที่ผิดแปลกไปได้ทันที ใจยังเต้นรัวขึ้นมา “อย่าได้บอกข้าเชียว ว่าการบาดเจ็บของจิ้งเอ๋อ มีส่วนเกี่ยวข้องกับลี่เฟิง?”
“ใช่”
ฉีเสิ่นพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มฝืนๆ ก่อนที่จะเริ่มเล่าเรื่องราวสืบต่อหลังถูกฉีอี้เฉินมองจ้องด้วยสายตาเยียบเย็น
ยังกล่าวบอกถึงวิธีสังหาร ที่ฉีจิ้งใช้ลงมือฆ่าหลวงจีนลายบุปผาและจิ้งชวีจื่อที่ผนึกกำลังร่วมมือกันออกมาชัดเจน
“อะไรนะ!? นายน้อยสามารถฆ่าหลวงจีนลายบุปผากับจิ้งชวีจื่อได้ ทั้งๆที่พวกมันกลุ้มรุม?”
พอได้ยินเรื่องนี้คนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องก็แตกตื่นกันยกใหญ่