อย่างไรก็ตามตอนนี้ความคิดของทุกคนไม่เว้นฉีเสิ่น ล้วนจมจ่อมอยู่กับวาจาก่อนหน้าของฉีอี้เฉิน
เพราะทั้งหมดล้วนตกตะลึงพรึงเพริดกับวาจาของฉีเสิ่น…
บาดเจ็บสาหัสสภาพร้ายแรงถึงขั้นดวงจิตแตกสลาย แต่วิญญาณยังไม่สลายหายไปจนหมด?
นายน้อยเป็นสัตว์ประหลาดอันใดกัน!?
“ช้าก่อน…หรือนายน้อยจะฝึกฝนเคล็ดรวมวิญญาณจนเชี่ยวชาญแล้ว?”
ทันใดนั้นเองรองผู้นำคฤหาสน์ที่ชรามากคนหนึ่ง พลันขมวดคิ้วกล่าวออกด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
“เคล็ดรวมวิญญาณ!”
ทันใดนั้นทุกคนไม่เว้นผู้นำคฤหาสน์ ก็หันขวับกลับมามองถามเป็นสายตาเดียวกัน
พวกมันรู้จักรองผู้นำคฤหาสน์ชราผู้นี้ดี
ถึงแม้ในบรรดาผู้นำคฤหาสน์ พลังฝีมืออีกฝ่ายจะเรียกได้ว่าอ่อนด้อยที่สุด หากแต่ถ้าวัดกันเรื่ององค์ความรู้กับปริมาณหนังสือคัมภีร์และบันทึกที่ศึกษาอ่านมาล่ะก็…
ในคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง…ถ้าชายชราผู้นี้กล้าบอกว่าเป็นที่ 2 ก็ไม่มีใครกล้าพูดว่าเป็นที่ 1!
“เคล็ดรวมวิญญาณ…ก็ตามชื่อ มีความสามารถในการรวบรวมวิญญาณ”
รองผู้นำชราพยักหน้ากล่าวออกด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ข้าเคยเห็นเรื่องราวทำนองนี้บันทึกไว้ในคัมภีร์เล่มหนึ่งที่ส่งมาจากบรรพชนรุ่นก่อนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องเรา…กล่าวกันว่าเคยมีผู้ฝึกมารคนหนึ่งที่สำเร็จเคล็ดรวมวิญญาณดังกล่าว แม้วิญญาณของมันจะถูกทำลาย แต่มันก็สามารถรวบรวมฟื้นฟูได้ในเวลาอันสั้น”