ได้ยินคำยืนยันจากฉีอี้เฉิง ไม่ว่าจะฉีเสิ่นหรือทุกผู้คนก็คล้ายเห็นผีกลางวันแสกๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจอึ้งทึ่ง
ต้องทราบด้วยว่าสภาพฉีจิ้งเป็นอย่างไรพวกมันเห็นกันอยู่ตำตา…
เอาแค่หว่างคิ้วถูกทะลวงจนดวงจิตแตกสลาย วิญญาณสมควรกระจัดกระจายไปหมดสิ้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะยังมีชีวิตอยู่…
ทว่าผู้นำของพวกมัน กลับบอกว่านายน้อยที่มีสภาพเช่นนั้นแค่บาดเจ็บสาหัส?
“ท่านผู้นำ…ที่ท่านกล่าวเรื่องจริงหรือ?”
ฉีเสิ่นกล่าวถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ขณะเดียวกันทุกคนก็มองจ้องไปยังร่างผู้นำเช่นกัน พวกมันสงสัยเรื่องนี้นัก เพราะนี่มันเป็นไปไม่ได้ในสายตาของพวกมันเลย ให้เทียบกันแล้ว…หากบอกว่าคนหัวขาดยังไม่ตายยังจะน่าเชื่อมากเสียกว่า! แต่ที่ผู้นำของมันกล่าวออกเช่นนี้ สมควรต้องมีเหตุผลใดอยู่แน่!!
“ข้าเองก็มิรู้ว่านี่มันเกิดอันใดขึ้นกับจิ้งเอ๋อกันแน่ แต่ข้าลองส่องภายในเข้าไปยังดวงจิตที่แตกสลายของจิ้งเอ๋อดู ข้าก็พบเศษเสี้ยววิญญาณที่มีกลิ่นอายพลังวิญญาณแผ่วเบายังมิได้สลายหายไปอย่างสิ้นเชิง กระทั่งยังสามารถสื่อสารกับข้าได้ผ่านสำนึกสติ…และบอกข้าว่าจำต้องใช้เวลาพักฟื้น 3 ปีถึงจะฟื้นตัวหายดี! ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ข้าอยากรู้นัก ว่านี่มันเกิดเรื่องบัดซบอะไรขึ้นในการประลองกันแน่! และมันเกิดอันใดขึ้นกับจิ้งเอ๋อ!!”
ผู้นำว่ายตามองไปทุกๆขณะกล่าว เมื่อถึงท้ายประโยคยังวกกลับมาจ้องฉีเสิ่นเขม็ง
“ยังไม่ตายจริงๆ..”