พอได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน หานเฉวี่ยไน่พลันระบายลมหายใจอย่างโล่งอก หากพลังฝึกปรือเพียงเซียนดั้งเดิมขั้นกลางหรือสูงกว่านี้สักขั้น นางยังคิดว่าสามารถเป็นไปได้
ทว่าพอนางรู้สึกตัวและตระหนักถึงวาจาครึ่งประโยคหลังของต้วนหลิงเทียน ก็จำต้องตกตะลึงขึ้นมาทันที “พี่ใหญ่ ท่านสู้กับคนที่มีขอบเขตพลังสูงกว่าได้งั้นหรือ!?”
ตอนนี้สายตาที่หานเฉวี่ยไน่ใช้มองต้วนหลิงเทียน ยังทำราวกับเห็นผี
ใต้หล้ามีปราณแรกกำเนิดพิสดารถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?
“อ่า”
ต้วนหลิงเทียนยิ้มรับพร้อมพยักหน้า “หากไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ข้าคงไม่ใช่คู่มือฉีจิ้ง…แต่เฉวี่ยไน่เรื่องนี้มีเจ้าคนเดียวที่รู้ ข้าบอกลุงหานไปว่าข้าไหว้วานสหายที่มาจากขุมพลังกึ่งชั้น 3 ให้ช่วยลงมือ และสหายที่ว่าของข้ามีนามว่า ลี่เฟิง”
“หากท่านพ่อรู้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือพี่ใหญ่ ท่านต้องตกใจตายแน่!”
พอรู้ว่าฉีจิ้งตกตายไป เมฆหมอกในใจของหานเฉวี่ยไน่ก็คล้ายสลายหายไปโดยพลัน นางกลับมาแย้มยิ้ม เผยประกายตาสดใสแลดูซุกซนขี้เล่นเหมือนกาลก่อนทันที
พอเห็นนางเป็นแบบนี้ ต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกยินดีและมีความสุขนัก นี่เป็นตอนจบที่เขาอยากจะเห็น
แน่นอนว่ายังเร็วเกินไปที่จะกล่าวคำว่า ‘ตอนจบ’
‘ยังไงฉีจิ้งก็ยังไม่ฟื้นหากไม่ใช้เวลาสัก 2-3 ปี…ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร หากข้าจะมุ่งหน้าไปขุมพลังกึ่งชั้น 3 ที่เรียกว่าตำหนักฟ้าลี้ลับนั่น’
ต้วนหลิงเทียนคิดในใจ