วันที่เขารู้ว่าตำหนักฟ้าลี้ลับจะทำการคัดเลือกเฟ้นหาอัจฉริยะขอบเขตเซียนที่อายุต่ำกว่า 40 ปี เขาก็โยนข้อเสนอของเริ่นจงและหลิวหงกวงทิ้งไปทันที เลือกกลับมาที่คฤหาสน์คลื่นขจีก่อน
ตำหนักฟ้าลี้ลับไม่เพียงเป็น ‘แท่นกระโดด’ ชั้นยอดให้เขา แต่ตัวเขายังบังเกิดความสนใจสิ่งที่เรียกว่า ‘แดนลับเซียน’ ของตำหนักฟ้าลี้ลับที่จะเปิดหลังจากนี้อีก 1 ปีไม่น้อย
อย่างไรก็ตามแม้วางแผนจะไปยังตำหนักฟ้าลี้ลับไว้แล้ว แต่ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้รับร้อนอะไร
‘รออีกสักเดือนแล้วกัน ถ้าไม่มีคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องมาหาเรื่อง ข้าจะย้อนกลับไปประเทศฝูเฟิงเยี่ยมพวกลุงเฟิ่งกับศิษย์พี่สักหน่อย…แถมตอนจากมาข้าก็ไม่ได้บอกเทียนหวู่เอาไว้ ไม่รู้นางจะเป็นทุกข์หรือไม่’
ในขณะที่บ่นในใจ ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขื่นขมออกมา
“จริงสิพี่ใหญ่! หลังจากที่ท่านออกเดินทางไปไม่นาน พี่สาวเทียนหวู่ก็มาหาท่านที่นี่ด้วย!”
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนเผยยิ้มขื่นขมออกมาขณะคิดถึงเฟิ่งเทียนหวู่ หานเฉวี่ยไน่คล้ายจะนึกอะไรได้ออก เร่งกล่าวบออกเขาออกมาพอดี
“เทียนหวู่มาหาข้างั้นเหรอ?”
ได้ยินเรื่องนี้ต้วนหลิงเทียนอดตกใจขึ้นมาไม่ได้
“อื้อ!”
หานเฉวี่ยไน่พยักหน้า “ตอนแรกข้าคิดให้พี่สาวเทียนหวู่อยู่รอท่านที่คฤหาสน์คลื่นขจีจนกว่าท่านจะกลับมา…แต่พี่สาวเทียนหวู่รออยู่ไม่นานนางก็จากไป เพราะข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าท่านจะกลับมาเมื่อไหร่…”