กล่าวถึงท้ายประโยคหานเฉวี่ยไน่รู้สึกละอายใจขึ้นมา
“เทียนหวู่มาตามหาข้าถึงคฤหาสน์คลื่นขจีเล่ยงั้นหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนยากจะคืนสติอยู่นาน ขณะเดียวกันยังเต็มไปด้วยอารมณ์ซับซ้อน ‘ในเมื่อนางเดินทางออกจากนิกายอัคคีล่องลอยได้ ถ้างั้นด่านพลังของนางสมควรทะลวงถึงเซียนดั้งเดิมขั้นต้นแล้ว…ไม่รู้หลังจากออกจากคฤหาสน์คลื่นขจีไปแล้วนางจะไปที่ไหน…เช่นนั้นตอนข้าไปตำหนักฟ้าลี้ลับข้าใช้ชื่อหลิงเทียนดีกว่า ตราบใดที่เทียนหวู่ได้ยินชื่อหลิงเทียน นางต้องเดาออกได้แน่ว่าเป็นข้า!’
แม้จะเป็นภูมิภาคเบื้องล่างของดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋า แต่มันก็กว้างใหญ่ไพศาลนัก
ด้วยเหตุนี้คงเป็นไปไม่ได้เลยที่ต้วนหลิงเทียนจะหาเฟิ่งเทียนหวู่เจอหากไร้เบาะแส นี่แทบไม่ต่างอะไรจากงมเข็มในกองฟางแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามแม้เฟิ่งเทียนหวู่จะออกจากเขตอิทธิพลของคฤหาสน์หลิ่งหนานหยวนไปแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ล้มเลิกความคิดกลับประเทศฝูเฟิงแต่อย่างไร
เพราะมีอีกหลายคนที่เขาห่วงใย
ไม่เพียงแต่ศิษย์พี่แล้ว ยังมีผู้หลักผู้ใหญ่กระทั่งสหายของเขาอีกด้วย
แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียนไม่มีความคิดพาพวกป๋ายลี่หง เฟิ่งหวู่เต้าและคนอื่นๆมาที่คฤหาสน์คลื่นขจี เพราะหากกระทำแบบนั้น จะเป็นการประกาศแก่ผู้คนว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับคฤหาสน์คลื่นขจี!
ต้องทราบด้วยว่าตอนนี้ชื่อต้วนหลิงเทียนได้แพร่กระจายไปทั่วภูมิภาคเบื้องล่างของดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าแล้ว!