“เจ้ายังมิเข้าใจหรือ? ด้วยพรสวรรค์ของลี่เฟิง อย่าว่าแต่นายน้อยคฤหาสน์เลย ให้เขาลอบปาดคอผู้นำคฤหาสน์มาอีกคน แต่ตราบใดที่เขาเต็มใจเข้าร่วมคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องล่ะก็…คนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องย่อมยินดีต้อนรับ! อายุมิถึง 40 แต่บรรลุเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุด…เรื่องนี้มิใช่เรื่องล้อเล่น!!”
“มิผิด! ยังเยาว์แต่บรรลุพลังฝึกปรือขนาดนี้ หากมีเวลาให้เขาเติบโต ย่อมไม่ยากที่จะนำพาขุมพลังชั้น 4 ให้กลายเป็นขุมพลังชั้น 3!”
“กับอนาคตที่สดใส ความแค้นส่วนตัวใดๆย่อมกลายเป็นเล็กน้อย”
……
หลายคนกล่าวออกมา และเข้าใจได้ว่าไฉนฉีเสิ่นถึงได้ยื่นข้อเสนอออกมา
ด้านคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องตอนแรกพอได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน พวกมันก็มีโมโหฉีเสิ่นไม่น้อย! เพราะรู้สึกว่าฉีเสิ่นกำลังทำให้คฤหาสน์ขายหน้า…!!
แต่พอได้ฟังวาจาโดยรอบ อารมณ์ของพวกมันก็เริ่มเย็นลง และคิดว่าฉีเสิ่นไม่ได้ทำผิดอะไร
“เรื่องนี้เจ้ามั่นใจได้ ตราบใดที่เจ้าสาบานต่อทันฑ์สวรรค์ว่าจะภัคดีต่อคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง ข้าสาบานว่าชั่วชีวิตนี้จะไม่ให้ใครในคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องสร้างปัญหาให้เจ้า!”
แม้จะถูกต้วนหลิงเทียนเปิดโปงต่อหน้าผู้คนแต่ฉีเสิ่นก็ไม่โกรธ เพียงกล่าวตอบออกไปเสียงดังฟังชัด
“อ้อ ดูเหมือนว่าคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องของพวกเจ้าจะเป็นศูนย์รวมพวกเลือดเย็นงั้นสินะ…ขอโทษทีแต่ข้าไม่อยากเข้าร่วมกับขุมพลังที่ไร้หัวใจพรรค์นี้..”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวปฏิเสธออกมาตรงๆ