ด้วยเหตุนี้หลังได้ยินคำต้วนหลิงเทียนพวกมันก็เห็นด้วยทันที “เอาล่ะ เจ้าไปรอพวกเราที่หุบเขาทางทิศตะวันตก 100 ลี้จากจุดนี้เลยเถอะ เพราะจะอย่างไรการประลองจัดอันดับก็มิมียอดฝีมือคนใดที่สู้เจ้าได้แล้ว แม้พวกเราจะประกาศให้เจ้าเป็นอันดับ 1 ก็คงมิมีผู้ใดคัดค้าน”
“เพราะสุดท้ายแล้วพลังฝีมือของเจ้าทุกผู้คนล้วนกระจ่างชัดนัก…อันดับ 1 สมควรเป็นเจ้า”
เริ่นจงกับหลิวหงกวงกล่าวตอบต้วนหลิงเทียน
“เช่นนั้นข้าต้องขอบคุณรองผู้นำเริ่นกับอาวุโสหลิวแล้ว”
หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนประสานมือเขย่าพร้อมกล่าวขอบคุณทั้งคู่เสร็จ เขาก็เหินร่างขึ้นฟ้าผ่านม่านพลังค่ายกลหลิงหลง หายลับไปจากสายตาของผู้คนทันที…
เมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนเหินร่างออกจากกระดานหมากหลิงหลง สองตาฉีเสิ่นพลันทอประกายเรืองวูบคิดไล่ตามต้วนหลิงเทียนไปทันที ยังโบกมือเรียกคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องให้กลับไปกับมันด้วย!
น่าเสียดายที่เริ่นจงกับหลิวหงกวงพลันมาขวางมันเอาไว้ไม่ให้ไปไหน
“รองผู้นำเริ่น อาวุโสหลิว นี่พวกท่านคิดจะทำอะไร?”
ใบหน้าฉีเสิ่นเปลี่ยนเป็นดุร้ายเอาเรื่องทันที “อัจฉริยะของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องข้าตายตกหมดสิ้น ตอนนี้จึงไม่มีผู้ใดมีสามารถสูงพอจะประลองสืบต่อ…แล้วใยแค่ข้าคิดจะพาคนกลับพวกท่านต้องมาขวางข้าด้วย?”
“อาวุโสเสิ่นท่านจะไปมิใช่ว่าไปไม่ได้ แต่ขอให้ท่านออกเดินทางหลังจากนี้สักเค่อนึงเถอะ…อ่อ นี่รวมถึงคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องทุกคนด้วย”