ยวันแล้ว เราจึงมาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณอีกครั้ง แต่คุณในฐานะผู้เสียหายกลับไม่ได้รู้สึกใคร่รู้หรือแค้นเคือง ทั้งยังดูสงบและให้ความร่วมมือกับเราเป็นอย่างดี ราวกับว่าคุณคาดการณ์ไว้แล้วสินะ? แม้จะทำเหมือนนอนอ่านนิยายอยู่ในโรงพยาบาลตลอดสองสามวันที่ผ่านมา แต่อันที่จริง คุณกำลังทบทวนคำตอบที่จะพูดกับตำรวจอยู่ใช่ไหมคะ?”
ทันทีที่เข้ามาในห้องพัก เฝ่ยไป๋ลู่ก็สังเกตเห็นว่าสายตาของไช่ไห่เหยียนไม่ได้มุ่งไปที่โทรศัพท์มือถือ แต่เธอกำลังฟุ้งซ่านอยู่
ใบหน้าของไช่ไห่เหยียนแข็งค้างไปครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้น และมองไปที่เฝ่ยไป๋ลู่
ดวงตาที่มืดมนและเปื้อนชื้นคู่นั้นยากจะตีความ ราวกับไม่มีสิ่งใดซ่อนอยู่ในการจ้องมองของหญิงสาว ซึ่งทำให้หญิงวัยกลางคนตื่นตระหนก
ทำไมผู้หญิงนี่ถึงลึกลับขนาดนี้
ผูเหมี่ยวตีหน้าขรึมเมื่อเฝ่ยไป๋ลู่พูดแบบนั้น ทันใดเขาก็สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติกับไช่ไห่เหยียน เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณ ขอให้คนบันทึกเหตุการณ์ไว้
ไช่ไห่เหยียนจ้องเขม็งไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยโทสะ “เธอหมายความว่าฉันเป็นคนวางยาพิษเหรอ? ตำรวจยังจับคนวางยาพิษตัวจริงไม่ได้ คุณเลยอยากจะให้ฉันเป็นแพะรับบาปใช่ไหม!”
ยิ่งอารมณ์อ่อนไหวมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งพูดเสียงดังเท่านั้น นัยที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้นดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมาย
“ไม่ใช่เหรอคะ?” เฝ่ยไป่ลู่รับเอกสารมาจากมือของผูเหมี่ยว
ทันใดนั้น ไช่ไห่เหยียนก็เริ่มสังหรณ์