ย่างไร ดังนั้นเขาจึงปฏิบัติตามหน้าที่โดยปราศจากอคติ เขาจึงบอกเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดี และแสดงความห่วงใยฉันเพื่อนมนุษย์ “…มีรายละเอียดบางอย่างที่เราต้องการสอบถามคุณเพิ่มเติมครับ ส่วนคนที่มากับผมในวันนี้คือนักวิเคราะห์ที่ได้รับการว่าจ้างเป็นกรณีพิเศษจากสถานีตำรวจของเรา แม้เธอจะอายุยังน้อย แต่เธอก็มีความสามารถในการวิเคราะห์และหาเหตุผลดีกว่าเรามากครับ”
“คุณอยากจะถามเกี่ยวกับอะไรคะ” ไช่ไห่เหยียนเหลือบมองเฝ่ยไป๋ลู่สองสามครั้ง รู้สึกว่าอีกฝ่ายยังเด็กเกินไป ก่อนเธอจะพูดกับผูเหมี่ยวว่า “ฉันไม่เข้าใจ ถ้าคุณต้องการรู้อะไรก็แค่ ถาม…”
เฝ่ยไป๋ลู่นั่งลงข้างเตียงของไช่ไห่เหยียน “อย่าห่วงเลยค่ะ เราเพียงต้องการถามอะไรเพิ่มนิดหน่อย ฉะนั้นคุยกันสบาย ๆ เถอะค่ะ”
ไช่ไห่เหยียนยิ้มแล้วพูดว่า “สาวน้อย ฉันไม่กังวลหรอก ถ้าคุณมีอะไรจะถามก็ถามมาเถอะ ฉันจะตอบ ถ้าฉันจำได้น่ะนะ”
“ทั้งที่พูดแบบนั้น แต่คุณไม่กล้ามองฉันตรง ๆ เลยนะคะ แถมยังเหลือบไปทางซ้ายอีก พอคุณพูด มือซ้ายก็จับโทรศัพท์แน่นโดยไม่รู้ตัว และแม้คุณจะยิ้มอยู่ แต่กล้ามเนื้อบนใบหน้ากับดวงตากลับไม่เคลื่อนไหว ซึ่งปฏิกิริยาทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นจิตใต้สำนึกที่กำลังรู้สึกผิดและกังวลใจของคุณทั้งสิ้น”
คนเราสามารถจับผิดคนอื่นได้ยามอีกฝ่ายมีท่าทีผิดแปลกไป แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม เฝ่ยไป๋ลู่จ้องมองใบหน้าแข็งทื่อของไช่ไห่เหยียน และกล่าวต่อ “คดีวางยาพิษเกิดขึ้นมาหลา