“วันนี้ฉีจิ้งเผยให้เห็นความก้าวหน้าที่รวดเร็วจนผิดปกติจนน่าประหลาดใจ…มาตอนนี้มันยังท้าหลวงจีนลายบุผากับจิ้งชวีจื่อพร้อมกันอีก ในฐานะรองผู้นำคฤหาน์ข้ามฟ้า ท่านคิดว่าใช่มันผยองเกินไปหรือไม่?”
หลิวหงกวงหันไปมองถามเริ่นจง
“ปีที่แล้วมันยังพึ่งเป็นเซียนขัดเกลาขั้นต้นเท่านั้น…ทว่ามาตอนนี้มันกลับทะลวงถึงเซียนขัดเกลาขั้นเชี่ยวชาญ นี่มิใช่ความช่วยเหลือที่ทรัพยากรบ่มเพาะของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องจะกระทำได้ ข้ามั่นใจว่าปีที่แล้วมันต้องบังเอิญพบพานวาสนาปาฏิหาริย์อะไรบางอย่างมา พลังฝีมือของมันจึงก้าวหน้าอย่างด้าวกระโดด เป็นธรรมดาที่มันจะมีความมั่นใจแบบนี้”
เริ่นจงกล่าวผ่านปราณแรกกำเนิด “หากมันท้าทายหลวงจีนลายบุปผากับจิ้งชวีจื่อทีละคน มันยังพอมีหวังว่าจะชนะ แต่มันกลับท้าทายทั้งคู่พร้อมกัน…นี่เผยให้เห็นว่ามันมีความมั่นใจถึงขีดสุด!”
“อืม ข้ามิรู้ว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้มันมั่นใจได้ถึงเพียงนี้…ยังมั่นใจถึงขั้นคิดว่าสามารถเอาชนะทั้งคู่ที่ร่วมมือกันได้!”
หลิวหงกวงกล่าวเสริม
“ก่อนหน้ามิว่าจะเป็นหลวงจีนลายบุปผาหรือจิ่งชวีจื่อคนใดคนหนึ่งก็ยากที่ฉีจิ้งจะเทียบได้…ทว่าวันนี้พลังฝีมือของมันกลับก้าวหน้าขึ้นอย่างก้าวกระโดด จึงทำให้มันถือดีและลำพองตัวเป็นธรรมดา อย่างไรเสียเป็นไปมิได้ที่มันจะชนะ! แต่จะว่าไปก็มิใช่เรื่องไม่ดีอันใดที่มันจะได้รับบทเรียนสักครา วันหน้ามันจะได้มิกล้าประมาทผู้ใดอีก”