เริ่นจงกล่าวบ่นเพิ่มเติม
หลิวหงกวงพยักหน้าเห็นด้วย
‘ตัวโง่งมไร้สมอง!’
ฉากที่อยู่เบื้องหน้าทำให้ฉีเสิ่นชักสีหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์นัก
ถึงแม้มันไม่สนใจเรื่องที่ฉีจิ้งกำลังจะแพ้พ่ายก็ตามที
อย่างไรก็ตาม ในระดับหนึ่งฉีจิ้งก็ถือเป็นดั่งตัวแทนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง การที่หยิ่งผยองเช่นนี้ หากชนะได้ก็โชคดีไป แต่ถ้ามันแพ้พ่ายอนาถขึ้นมา เช่นนั้นคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องก็คงเป็นดั่งตัวตลกให้อับอายขายหน้าผู้คนแล้ว!
ในฐานะอาวุโสหลักของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง ฉีเสิ่นย่อมไม่อยากให้คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องกลายเป็นตัวตลกที่ผู้คนพากันหัวเราะเยาะ!
อนิจจาดั่งคำสุดมือสอยก็ต้องปล่อยมันไป เรื่องราวครั้งนี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของมันแล้ว
ขณะเดียวกันผู้ชมโดยรอบก็ยังกระซิบกระซาบสนทนากันไม่หยุด
ถึงแม้ฉีจิ้งจะเผยความมั่นใจขนาดนี้ แต่ก็ไม่มีใครดูดีมัน
มีเพียงต้วนหลิงเทียนคนเดียวเท่านั้น ที่เผยสีหน้าแววตาจริงจังขรึมเคร่ง
ส่วนที่เหลือไม่ว่าจะเป็นหลวงจีนเนื้อสุรา อวีชวีจื่อ หยินชวีจื่อ และคนอื่นๆ ในแววตาเผยความดูแคลนออกมาให้เห็นชัดเจนยามมองไปยังฉีจิ้ง ทั้งหมดไม่มีใครคิดว่าฉีจิ้งจะมีพลังฝีมือสูงพอต้านทานหลวงจีนลายบุปผาที่ร่วมมือกับจิ้งชวีจื่อได้
“ฉีจิ้ง ในเมื่อประสพคิดรับมือพวกอาตมาสองคน เช่นนั้นพวกอาตมาก็มิคิดเอาเปรียบประสพ…เชิญป้อนกระบวนท่าก่อนเถอะ!”
ประกายตาเย็นเยียบส่องสว่างในลูกตาหลวงจีนลายบุปผา ขณะกล่าวออก