และทันทีที่สิ้นคำ จีวรของมันพลันโบกสะบัดกระพือขึ้นมาแม้ไร้ลม รอบกายปรากฏสนามพลังแกร่งกร้าว เผยกลิ่นอายพลังอันน่าเกรงขามกดดันในบรรยากาศ
ผู้ที่มีโมโหไม่ใช่แค่หลวงจีนลายบุปผาเท่านั้น
แม้จิ้งชวีจื่อจะเป็นนักพรตเต๋าและเป็นคนที่สำรวมอยู่เสมอ แต่เมื่อเจอการท้าทายยั่วยุหยามหมิ่นไม่เลิกของฉีจิ้ง จิ้งชวีจื่อก็ไม่อาจระงับโทสะในใจได้สืบไป
“หลวงจีนลายบุปผา จิ้งชวีจื่อ ข้ารู้ดีว่าพวกเจ้ากำลังคิดว่าข้าดูถูกพวกเจ้าอยู่…แต่สิ่งที่ข้าอยากจะบอกพวกเจ้าก็คือข้าไม่ใช่คนเก่าอีกแล้ว! เช่นนั้นจักเป็นการดีเสียกว่าที่พวกเจ้าจะลงมือเต็มกำลังด้วยทุกสิ่งที่พวกเจ้ามี หาไม่แล้วอย่าได้ตำหนิข้าว่าไม่กล่าวเตือนยามพวกเจ้าตายตก!”
ฉีจิ้งเผยยิ้มแสยะให้หลวงจีนลายบุปผาและจิ้งชวีจื่อ
ในวาจาเผยให้เห็นชัดว่ามันไม่ได้เห็นทั้งคู่อยู่ในสายตา กระทั่งยังคิดลงมือสังหารทั้งคู่ให้ตาย!
หลวงจีนลายบุปผากับจิ้งชวีจื่อดว้ยรู้ดีว่าฉีจิ้งมีคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องอยู่เบื้องหลัง พวกมันจึงไม่กล้าที่จะลงมือสังหารฉีจิ้ง ด้วยกลัวขุมพลังของพวกมันจะเดือดร้อนจากการตอบโต้ด้วยความพิโรธคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง
ทว่าฉีจิ้งนั้นแตกต่างกัน!
เบื้องหลังฉีจิ้งก็คือคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องอันเป็นขุมพลังชั้น 4 แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องกลัวขุมพลังชั้น 5 ที่อยู่เบื้องหลังลวงจีนลายบุปผาและจิ้งชวีจื่อแม้แต่น้อย!!