หลังจากที่มันกล่าวจบแล้วก็ไม่ได้รอให้ฉีจิ้งตอบสนองแต่อย่างไร เพียงหันไปมองเริ่นจงกับหลิวหงกวงด้วยรอยยิ้มฝืนๆ ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงช่วยไม่ได้ “รองผู้นำเริ่น อาวุโสหลิว นายน้อยข้าเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้น”
แค่ล้อเล่น?
หลังได้ยินวาจานี้ของฉีเสิ่น ทุกผู้คนหันไปมองฉีจิ้งด้วยความสงสัยทันที
เรื่องนี้ไม่ขำสักนิด!
“ฉีเสิ่น ข้าไม่ได้ล้อเล่น!”
อย่างไรก็ตามฉีจิ้งไม่ได้ไว้หน้าฉีเสิ่นแม้แต่น้อย กล่าวสวนออกมาเสียงแข็งทันที
พอได้ยินฉีเสิ่นถึงกับหน้าม้านไปทันใด
มันอุตส่าห์ยอมเสียหน้าหาทางลงให้ด้วยหมายจะช่วยเหลือฉีจิ้งแล้ว แต่ฉีจิ้งไม่เพียงไม่เห็นค่า ยังมาตะคอกเสียงแข็งทั้งเรียกมันห้วนๆ ราวกับไม่เห็นถึงความหวังดีของมัน!
สุดท้ายฉีเสิ่นก็โบกมือสะบัดชายเสื้อดังฝั่บด้วยความโมโหเพราะเสียหน้า คร้านจะยุ่งเรื่องราวอะไรอีก
“นายน้อยฉีจิ้ง ท่านคิดจะท้าทายหลวงจีนลายบุปผากับจิ้งชวีจื่อสองคนพร้อมกันหรือ?”
เริ่นจงหรี่ตามองฉีจิ้ง กล่าวถามออกมาเสียงเข้ม
“ในฐานะรองผู้นำคฤหาสน์ข้ามฟ้า หรือท่านเองก็คิดว่าข้ากล่าววาจาเหลวไหลล้อเล่นด้วยอีกคน?”
ฉีจิ้งขมวดคิ้ว
“นายน้อยคฤหาสน์ เรื่องนี้ท่านต้องคิดให้ดี…มิว่าจักเป็นหลวงจีนลายบุปผาหรือจิ้งชวีจื่อคนใดคนหนึ่ง ก็เป็นถึงเซียนขัดเกลาขั้นเชี่ยวชาญดุจเดียวกับท่าน คิดใช้หนึ่งสู้สอง ก็ดั่งสองมือคิดต้าน 4 ทาง ท่านต้องคิดทบทวนให้ดี…”
หลิวหงกวงยังกล่าวเสริมออกมา