ฉีจิ้งมองถามฉีเสิ่นเสียงเย็น สายตาไร้อารมณ์
“เรียนนายน้อย…วันนี้เป็นวันประลองคัดเลือก 10 อันดับวันสุดท้าย แต่ท่านกลับมิปรากฏตัวออกมาจนเจียนหมดวัน ข้าเลย…”
เนื่องจากมีความผิดติดตัว ฉีเสิ่นจึงไม่กล้ากล่าวอะไรให้มาก…
อย่างไรก็ตามก่อนที่มันจะทันได้กล่าวจบ มันก็ถูกฉีจิ้งขัดคำเสียก่อน “ข้ายังไม่มาได้? อาวุโสหลัก ข้าคิดว่าจักเป็นการดีเสียกว่าที่ท่านจักไปขอโทษลี่เฟิงเดี๋ยวนี้! หาไม่แล้วหากข้าต้องถูกตัดสิทธิ์จากการประลองเพราะความโง่เขลาของท่าน …ท่านสมควรรู้ดีว่าผลที่ตามมาหากข้าพลาดการประลองนี้เพราะท่านจักเป็นอย่างไร..”
วาจาท้ายประโยคฉีจิ้งนับว่ากล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบถึงขีดสุด! เห็นได้ชัดว่ามันกำลังข่มขู่!!
จังหวะนี้ฉีเสิ่นรู้ดีว่ามันไร้หนทางเลือกอีกแล้ว
ถึงแม้มันจะไม่อยากขอขมาผู้ฆ่าหลานของมันแค่ไหน มันก็ต้องขอโทษ!
ดั่งคำว่า ‘สถานการณ์ชักนำบุคคล’ หากมันกล้าปฏิเสธตอนนี้ นั่นหมายความว่ามันจงใจทำให้ฉีจิ้งสิ้นคุณสมบัติเข้าร่วมการประลองยอดนักรบ!
ถึงตอนนั้นมันจะกลายเป็นคนบาปหนาของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องทันที!
ที่มันกล้าพาคนกลับไปดื้อๆเพราะฉีจิ้งยังไม่มา
ตอนนี้เมื่อฉีจิ้งมาแล้ว ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่คนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องจะไม่เต็มใจไปกับมัน กระทั่งต่อให้ทุกคนเต็มใจมันก็ไม่กล้าพาใครกลับ!
สูดลมหายใจเข้าลึกๆครั้งหนึ่ง ฉีเสิ่นพลันมองไปยังต้วนหลิงเทียน ทั้งกล่าวคำขอโทษออกมาอย่างขอไปที