ได้รับคำขอโทษอย่างขอไปทีของฉีเสิ่น ต้วนหลิงเทียนก็ยังเฉยเมยไม่แยแส เขารู้ดีว่าฉีเสิ่นมันไม่มีวันขอโทษเขาอยู่แล้ว ‘หากฉีจิ้งมันไม่โผล่หัวมา ฉีเสิ่นต้องพาคนกลับไปแน่นอน…คราวนี้ต่อให้ฉีจิ้งมาถึงทีหลัง ก็น่ากลัวจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมประลองแล้ว! คราวนี้ข้าคงเสียโอกาสที่จะฆ่ามันไป…’
‘ยังนับว่าโชคดีนักที่ฉีจิ้งมาทันเวลา’
พอคิดถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะโล่งใจ
จุดประสงค์การมาของเขาครั้งนี้คือฆ่าฉีจิ้งเท่านั้น เรื่องอื่นใดเขาไม่สนใจ
ผู้คนโดยรอบเริ่มกระซิบกระซาบกันทันทีเมื่อเห็นฉีเสิ่นขอโทษต้วนหลิงเทียนอย่างขอไปที ไม่ได้มีทีท่าสำนึกผิดใดๆ…
“หรืออาวุโสหลักคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อผู้นี้ มันคิดว่ามันเป็นผู้นำคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องกัน? เพียงเพราะมันมิอยากจะเสียหน้า จึงคิดปล่อยให้คนรุ่นหลังเสียสิทธิ์ในการประลอง?”
“มันคงตัดสินใจหลังเห็นว่าอัจฉริยะทั้ง 3 ของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องตายหมด แถมนายน้อยของมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะปรากฏตัวขึ้นนั่นล่ะ”
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น ตอนนี้พอฉีจิ้งมา แม้มันไม่เต็มใจแต่มันก็ต้องขอโทษลี่เฟิง”
……
ผู้คนมากมายกล่าววิจารณ์ฉีเสิ่นโต้งๆ พาลให้หน้าฉีเสิ่นยิ่งมายิ่งบิดเบี้ยวอัปลักษณ์
หากทำได้มันอยากจะฆ่าล้างผู้คนปากพล่อยนี่เสียให้หมด!
การปรากฏตัวทันเวลาของฉีจิ้ง ทำให้ฉีเสิ่นขอโทษต้วนหลิงเทียน เช่นนั้นการประลองยอดนักรบฟ้าลิ่วล่องจึงเริ่มดำเนินต่ออย่างเป็นปกติ