ต้วนหลิงเทียนพบว่าฉีจิ้ง มักปรายตามองมาทางเขาเป็นครั้งคราว
ในแววตาของฉีจิ้งเต็มไปด้วยความประหลาดใจ หากแต่ส่วนมากจะเต็มไปด้วยความเย็นชา
ถึงแม้ว่าฉีจิ้งจะไม่ได้สนใจเกี่ยวกับการตายของฉีค่าน แต่ในฐานะนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง มันก็ต้องเห็นต้วนหลิงเทียนเป็นศัตรูไปโดยปริยาย ไม่อาจเพิกเฉยเขาได้
เพราะหากมันฆ่าต้วนหลิงเทียนได้ล่ะก็ ชื่อเสียงในคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องของมันต้องสูงขึ้นแน่นอน
ดังนั้นแล้วในสายตาของฉีจิ้ง ต้วนหลิงเทียนจึงต้องเป็นศัตรูกับมัน และยังต้องเป็นหินรองเท้าให้มันก้าวข้ามไป!
หลังจากที่ฉีจิ้งมาถึงมันก็ไม่ได้รีบร้อนจะท้าทายใคร
ต่อมาอีกพักหนึ่งในที่สุดหลวงจีนลายบุผากับจิ้งชวีจื่อก็พากันขึ้นเวทีประลอง ส่วนด้านจ้าวเวทีที่ถูกทั้งคู่เลือกก็เร่งกล่าวยอมแพ้ออกมาโดยสดุดี ทั้งคู่กลายเป็นจ้าวเวทีโดยที่ไม่แม้แต่จะออกแรงใดๆ
เมื่อหลวงจีนลายบุปผาและจิ้งชวีจื่อกลายเป็นจ้าวเวทีแล้ว ทั้งคู่ก็พากันมองไปทางฉีจิ้ง นายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง
“ตอนนี้มิใช่ว่าสมควรแก่เวลาที่ฉีจิ้งจึ้ขึ้นเวทีแล้วหรือ?”
“ช่างวางท่านัก! กลับรอให้หลวงจีนลายบุปผากับจิ้งชวีจื่อลงมือก่อน ฉีจิ้งผู้นี้ถึงจะเคลื่อนไหว!!”
“ข้าคิดว่าทั้งหมดเป็นเพราะมันหวาดกลัวรึเปล่า? หากมันขึ้นประลองก่อน แล้วถูกหลวงจีนลายบุปผาหรือจิ้งชวีจื่อท้าทายจักให้ทำอย่างไรเล่า? ถึงตอนนั้นมันคงได้อับอายเพราะพ่ายแพ้แล้ว…”