“ด้วยพลังฝีมือของมันจะแพ้หลวงจีนลายบุปผากับจิ้งชวีจื่อยังถือเป็นเรื่องแปลกอะไร? แม้มันคิดจะหลีกเลี่ยงทั้งคู่ตอนนี้ แต่รอบจัดอันดับมันยังหนีพ้นหรือ?”
……
หลายคนเริ่มกระซิบกระซาบในทำนองฉีจิ้งกลัวหลวงจีนลายบุปผาและจิ้งชวีจื่อ
ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบเหล่านี้ ชายหนุ่มหลังค่อมที่ยืนอยู่ด้านหลังฉีจิ้งถึงกับแสยะยิ้มดูแคลน คล้ายขบขันความโง่เขลาไม่รู้เรื่องราวของฝูงชน
พลังฝีมือของนายน้อยมันตอนนี้…หาใช่อะไรที่นายน้อยของมันในกาลก่อนจะเทียบได้แล้ว!
ด้านฉีจิ้งก็ยังคงเฉยเมย คล้ายไม่ได้ยินเสียงซุบซิบนินทาโดยรอบ
‘หืม?’
ปากที่ยกแสยะขึ้นมาเชิงดูถูกของชายหนุ่มหลังค่อมด้านหลงฉีจิ้ง ย่อมไม่พ้นสายตาของต้วนหลิงเทียน ทำให้ต้วนหลิงเทียนรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง ‘ดูเหมือนผู้ติดตามของฉีจิ้งจะมั่นใจในตัวมันมาก…นี่ตลอดปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับมันกันแน่?’
ไม่แปลกที่ต้วนหลิงเทียนจะคิดแบบนี้
ต้องทราบด้วยว่าเมื่อต้นปีที่แล้ว เขาได้ข่าวมาว่าฉีจิ้งยังคงมีพลังฝึกปรือแค่ขอบเขตเซียนขัดเกลาขั้นต้นเท่านั้น
ดังนั้นแล้วต่อให้ตลอดปีที่ผ่านมา ฉีจิ้งจะฝึกฝนบ่มเพาะโดยใช้ทรัพยากรล้ำค่ามากมายเพียงใด แต่เต็มที่ก็สมควรทะลวงถึงเซียนขัดกลางเท่านั้น
และการที่ทะลวงถึงเซียนขัดเกลาขั้นกลางได้ไม่นานแบบนี้ พลังฝีมือของมันก็ไม่น่าจะเทียบกับหลวงจีนลายบุปผาและจิ้งชวื่อได้เลย…