“ในการประลองมีคนตกตายไปเท่าไหร่ ไม่เห็นฉีเสิ่นนั่นมันจะทำอะไร…มาตอนนี้พอหลานมันตายถึงกับกล้าลงมือลงไม้ไม่สนกฏ เฮอะ!”
หลายคนเริ่มหัวเราะเยาะออกมา
“นั่นสิ ทีตอนหลานมันฆ่าผู้ฝึกตนพเนจรอย่างเรา ข้าเห็นมันแสยะยิ้มหน้าระรื่นแลดูสมใจนักหนา ไม่เห็นจะมีทีท่าไม่พอใจที่หลานมันทำเกินไปสักนิด! มาตอนนี้พอถึงทีหลายมันตายโหง มันไม่แม้แต่จะคิดทบทวนอะไรด้วยซ้ำ กลับกล้าลงมือไม่สนกฏ เห็นได้ชัดว่ามันเป็นแค่ตัวอุบาทว์เห็นแต่คนของตัวมีค่าหาได้ให้ราคาชีวิตผู้อื่นไม่!!”
“อาวุโสหลักของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องหรือ…ถุย!!”
“หากเรื่องงามหน้านี้แพร่ออกไป ครั้งนี้คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องนับว่าเสียหน้าใหญ่แล้ว!”
……
หลายคนเริ่มพ่นคำออกมา ตอนนี้ไม่มีใครสนฐานะฉีเสิ่นสักนิด อยากด่าอยากถล่มอะไรก็พ่นออกมากันอย่างไม่เกรงใจ
เพราะการประทำของฉีเสิ่น นับว่ายั่วโทสะมวลชนเข้าแล้วจริงๆ
“อาวุโสฉีเสิ่นในฐานะอาวุโสหลักของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง…ท่านคิดว่าเรื่องนี้ท่านจะจัดการอย่างไร?”
เริ่นจงมองฉีเสิ่น กล่าวออกเสียงเรียบ
แม้น้ำเสียงจะเรียบเฉย หากแต่แววตากลับเย็นชาปานจะแช่ร่างผู้คน ทำราวกับหากคำตอบของฉีเสิ่นไม่ทำให้มันพอใจ เดี๋ยวได้เห็นดีกันแน่!
“อาวุโสเสิ่น ข้าเห็นด้วยกับรองผู้นำเริ่น”
หลิวหงกวงเองก็มองจ้องฉีเสิ่นด้วยสายตาดุร้ายเขม็ง นี่เป็นโอกาสสร้างความประทับใจให้ต้วนหลิงเทียน มันก็เตรียมพร้อมจัดเต็มเช่นกัน!