เพราะสุดท้ายแล้วตอนนี้ในบรรดาจ้าวเวทีทั้ง 10 รวมตัวเขาด้วย ก็ไม่มีใครอ่อนแอเลย
อย่างไรก็ตามเมื่อมีร่างหนึ่งเหินกายออกมา ก็นับว่าสร้างความประหลาดใจให้ต้วนหลิงเทียนอยู่บ้าง
เพราะต้วนหลิงเทียนก็จดจำคนผู้นี้ได้เช่นกัน
“ฉีกัง?”
ต้วนหลิงเทียนโค้งคิ้วขึ้นด้วยสงสัย เพราะเขาไม่คิดว่าฉีกังที่พ่ายแพ้หยินชวีจื่อจะลงประลองอีกครั้ง หากไม่มีอะไรผิดพลาดด่านพลังของฉีกังก็แค่เซียนดั้งเดิมขั้นสูงสุดเท่านั้น การลงประลองตอนนี้ ย่อมไม่ต่างอะไรกับหาเรื่องเจ็บตัว…
“ไฉนฉีกังถึงออกไปประลองอีกแล้วเล่า?”
เมื่อเห็นฉีกังปรากร่างออกมา ทุกผู้คนล้วนงงกันเป็นแถบ
“ฉีกังนี่มิใช่เซียนดั้งเดิมขั้นสูงสุดหรือไร ยังแพ้พ่ายให้หยินชวีจื่อมาด้วยซ้ำ…เช่นนั้นหากคิดจะท้าก็ต้องเป็นผู้อื่นที่ไม่ใช่หยินชวีจื่อแล้วล่ะ หาไม่คงได้เจ็บตัวกลับไปอีกรอบ!”
หลายคนเริ่มหัวเราะออกมา
“ก็นะ ตามกฏแล้วมันสามารถท้าผู้ใดก็ได้นอกจากคนที่มันเคยพ่ายแพ้”
บางคนกล่าวเสริม
“ถูก แต่อย่างไรเสียคนเรามิใช่สมควรรู้จักการประมาณตนหรือ? มันก็แค่เซียนดั้งเดิมขั้นสูงุสด เห็นได้ชัดว่ามิใช่คู่มือของจ้าวเวทีทั้ง 10 แล้วไฉนมันถึงออกมาอีกรอบ?”
หลายคนไม่เข้าใจการกระทำของฉีกัง
เริ่นจงกับหลิวหงกวงเองก็ขมวดคิ้ว ด้วยคิดว่าฉีกังเลอะเลือน อยากหาเรื่องเจ็บตัวหรืออย่างไร…