ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยว่าฉีกังจะท้าทางใคร ร่างของมันก็พุ่งวูบไปถึงเวทีประลองเม็ดหมากเวทีหนึ่ง
“เอ่อ…”
พอเห็นว่าฉีกังไปหยุดที่เวทีไหน ผู้คนทั้งหลายก็อดไม่ได้ที่จะหันมามองหน้ากันตาปริบๆ ถึงกับพูดไม่ออกอยู่บ้าง
เหตุผลที่ทำให้ทุกคนอึ้งถึงขั้นพูดไม่ออก เพราะเวทีที่ฉีกังเลือกขึ้นไปนั้น มีจ้าวเวทีเป็นฉีค่าน!
ฉีค่านยังเป็นหลานชายของผู้อาวุโสหลักคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องอย่างฉีเสิ่นอีกด้วย!
“อะไร!? ฉีกังคิดท้าทายฉีค่านงั้นเหรอ!?”
หลายคนโพล่งคำออกมาอย่างตกใจ ด้วยไม่อยากจะเชื่อตาตัวเอง
หลายคนยังเอื้อมมือไปหยิกต้นขาตัวเองดู เพื่อตรวจสอบว่าพวกมันกำลังฝันไปหรือไม่
และความเจ็บจี๊ดที่แล่นขึ้นหัวก็บอกให้รู้ว่าพวกมันไม่ได้ฝันไป
ฉีกังที่มีพลังฝึกปรือเซียนดั้งเดิมขั้นสูงสุดคิดท้าฉีค่าน เซียนขัดเกลาขั้นกลาง?
“ฐานะเป็นถึงหลานชายอาวุโสหลัก พลังฝึกปรือก็บรรลุถึงเซียนขัดเกลาขั้นกลาง…แล้วฉีกังคิดอ่านอันใดใยท้าทายตัวตนเช่นนี้ ทั้งๆที่พลังฝีมือมันก็แค่เซียนดั้งเดิมขั้นสูงสุด? หรือมันมีเรื่องราวบาดหมางอันใดกับฉีค่านหรือไม่?”
“ถึงจะมีเรื่องบาดหมางคิดสะสางความแค้น แต่ไหนเลยยังไม่รู้ว่าพลังฝีมือมันสูฉีค่านมิได้ ยังจะล้างแค้นอะไร?”
“บางทีแม้มันจะรู้ตัวดีว่าสู้ฉีค่านไม่ได้ แต่ใช่คิดอยากลงมือเพื่อสร้างปัญหาให้ฉีค่านสักนิดหรือไม่?”
“อาจเป็นได้”
……