เสียงเย็นเยียบกล่าวออกห้วนๆของฉีค่าน ทำให้ผู้คนโดยรอบอลหม่านขึ้นมาทันใด
มาตอนนี้เอง เริ่นจง หลิวหงกวง และผู้นำขุมพลังชั้น 5 อีกไม่กี่คนก็หยีตาลงทั้งเผยประกายคมกล้า ยังหันมองไปทางต้วนหลิงเทียนทันที คล้ายคาดเดาได้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“นี่มันเกิดอันใดขึ้นกัน?”
ทว่าอย่างไรเสีย ฉากเบื้องหน้าก็ยังเป็นอะไรที่ผู้คนมากมายไม่เข้าใจ
“ฉีค่านยอมแพ้งั้นเหรอ? ด้วยด่านพลังเซียนขัดเกลาขั้นกลางเนี่ยนะ?!”
หลายคนอดอุทานออกมาไม่ได้
“หรือมันคิดใช้วิธีนี้ ดันให้ฉีกังติดอันดับในรายนามยอดนักรบฟ้าลิ่วล่องกัน?”
หลายคนมองไปยังฉีค่านด้วยสายตาแปลกๆ
“มันเสียสติไปแล้วรึ! ฉีกังจักอยู่ในรายนามยอดนักรบฟ้าลิ่วล่องด้วยวิธีต่ำช้าเช่นนี้ได้อย่างไร..ต้องทราบด้วยว่าก่อนหน้ามีเซียนขัดเกลาตั้งขั้นต้นนอกจากหยินชวีจื่อมากมายที่ถูกคัดออกไป…หากฉีกังสมคบคิดกับฉีค่านใช้วิธีพรรค์นี้เข้ามาเป็นจ้าวเวทีหมายติดอยู่ในรายนามยอดนักรบฟ้าลิ่วล่อง ทว่าสุดท้ายมันก็ต้องถูกคนที่แพ้ไปก่อนหน้าท้าชิงมิจบสิ้น!”
หลายคนเริ่มกล่าวถกกันหนาหู ทั้งหมดคิดว่าการกระทำนี้ของทั้ง 2 คนออกจะเหลวไหลใหญ่แล้ว
ทว่าไม่นานพวกมันก็จำต้องเงียบปาก
เพราะพวกมันเห็นัชดถนัดตา ว่าฉีค่านที่ยอมแพ้ไม่ได้เหินร่างกลับไปยังจุดรวมพลของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง หากแต่เหินร่างไปยังเวทีเม็ดหมากเวทีอื่น ก่อนที่จะมาหยุดลงบนเวทีหนึ่ง เห็นได้ชัดว่ามันคิดท้าทายจ้าวเวทีคนนี้!