ทว่าพอมันสังเกตเห็นสายตาเยียบเย็นของเริ่นจงและหลิวหงกวง มันก็ไร้ทางเลือกอื่นนอกจากสงบจิตสงบใจ มองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยใบหน้าเปี่ยมโทสะ กล่าวออกเสียงดัง “ไอ้หนูเจ้าพล่ามเหลวไหลอันใดของเจ้า!? ข้าไปขู่ข่มว่าเจ้ารนหาที่ตายตั้งแต่เมื่อใด!? อย่าได้คิดใส่ร้ายป้ายสีข้า!!”
หลายคนเริ่มย้อนมาหันมองต้วนหลิงเทียนด้วยความสงสัย
แต่มีหลายคนที่ยกยิ้มแสยะขึ้นที่มุมปาก พวกมันรู้ดีว่าไหนเลยคนอย่างฉีเสิ่นจะกล้าวยอมรับความผิดของตัวง่ายๆ?
“ใส่ร้ายป้ายสี?”
ต้วนหลิงเทียนพ่นลมยิ้มเย้ย ใบหน้ายังเต็มไปด้วยความขบขัน หัวเราะออกมาเสียงดังคอยกล่าว “ฮ่าๆๆๆ! ในเมื่ออาวุโสหลักยืนกรานว่าไม่ได้ข่มขู่ข้า..ถ้างั้นพวกเรามากล่าวคำสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์กันสักตั้งดีหรือไม่!?”
สำบานต่อทัณฑ์สวรรค์!
ทันทีที่ต้วนหลิงเทียนกล่าววาจานี้ออกมาเสียงดังฟังชัดด้วยสีหน้าท่าทางท้าทาย ผู้คนกว่า 9 ใน 10 ส่วนก็เชื่อว่าต้วนหลิงเทียนไม่ได้พูดโกหกคิดใส่ร้ายผู้อื่น! ไม่อย่างนั้นคงไม่กล่าวเสนออะไรแบบนี้ออกมา!!
“เจ้าเป็นผู้ใด แล้วข้าฉีเสิ่นเป็นผู้ใด ถึงกล้ากล่าวให้ข้าฉีเสิ่นกล่าวคำสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์!”
ฉีเสิ่นไม่คิดเลยว่าผู้ฝึกตนพเนจรเบื้องหน้าจะหาญกล้าต่อปากต่อคำกับมันแบบนี้ ถึงขั้นยกคำสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์ออกมาอ้าง แต่ด้วยความที่ไม่อาจลงมืออะไรได้ มันจึงทำได้แต่มองกล่าวไปด้วยสีหน้าแววตาดุร้าย!!