“ไม่กล้าก็แค่บอกไม่กล้า จะพูดเวิ่นเว้ออะไรให้มากความ!!
ต้วนหลิงเทียนยิ้มเยาะ
“สามหาว!!”
ในขณะที่ฉีเสิ่นกำลังหัวร้อนเพราะต้วนหลิงเทียนจนพูดไม่ออก ฉีค่านหลานชายของมันไม่อาจทานทนฟังอยู่เฉยๆได้อีกต่อไป พลันตะคอกออกมาเสียงดัง สีหน้าแต่เดิมที่ไร้แยแสต่อสิ่งใด ตอนนี้ยังกลายเป็นเยียบเย็น!
ทว่าต้วนหลิงเทียนไม่เห็นหัวมันแม้แต่น้อย เรียกว่าไม่คิดจะหันไปมองด้วยซ้ำ!
กระทั่งปู่เจ้าข้ายังไม่กลัว แล้วข้าต้องกลัวเจ้าด้วย?
นี่คือความคิดที่อยู่ในหัวของต้วนหลิงเทียนตอนนี้
ความจริงที่ว่าต้วนหลิงเทียนหาญกล้าต่อปากต่อคำกับอาวุโสหลักคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องอย่างฉีเสิ่น ทำให้ผู้ฝึกตนในงานประลองอดไม่ได้ที่จะบังเกิดความชื่นชมนับถือต้วนหลิงเทียน ที่หาญกล้าทำในสิ่งที่ผู้อื่นไม่กล้ากระทำ ยิ่งไปกว่านั้นนี่ยังเป็นการระบายความแค้นให้พวกมันอย่างดี!!
เรียกว่าตอนนี้สายตาของผู้ฝึกตนพเนจรต่างมองต้วนหลิงเทียนด้วยความเลื่อมไส บ้างยังเคารพบูชา ทำราวกับเห็นต้วนหลิงเทียนเป็นแบบอย่างชั่วชีวิต!
“เจ้าหนุ่ม เจ้าเรียกว่าอะไรหรือ?”
ตอนนี้เองเริ่นจงพลันมองถามต้วนหลิงเทียนออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าอ่อนโยน แลดูเป็นกันเองปานคุนตาใจดีข้างบ้าน
หากแต่ในแววาตาของมันเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นนัก!