เหล่าศิษย์จากขุมพลังอื่นๆเองตอนนี้ก็อึ้งไปไม่ต่าง พอเห็นว่าจงกู้หาญกล้าฆ่าคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องอย่างไรพวกมันก็ใจหายวาบ! จนเมื่อเสียงตะโกนร่ำร้องเรียกหาจงกู้ของเหล่าผู้ฝึกตนพเนจรดังขึ้น พวกมันจึงได้สติ
‘เจ้าจงกู้นี่มันคนจริง’
ต้วนหลิงเทียนเองก็ชื่นชมจงกู้ไม่น้อย เขารู้สึกเคารพและให้ค่าคนที่กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้กับความอยุติธรรม และกล้าที่จะทวงหนี้แค้นให้เหล่าผู้ฝึกตนพเนจรที่ตกตายไปก่อนหน้าไม่น้อย
ส่วนด้านจงกู้ สีหน้าท่าทางก็ยังคงสงบเฉยเมย เห็นได้ชัดว่าไม่ได้สนใจเรื่องที่พึ่งฆ่าคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องไปแม้แต่นิดเดียว
‘ตอนฆ่าคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง มันก็ตาไม่กระพริบ ไม่ต่างอะไรจากตอนที่คนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องฆ่าผู้ฝึกตนพเนจร…ดาบนั้นคืนสนองงั้นสิ’
ไม่ทราบเพราะเห็นจงกู้ลงมือหรืออย่างไร ต้วนหลิงเทียนที่แต่เดิมคิดเฝ้ารอนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องอย่างฉีจิ้งให้ปรากฏตัวก่อนค่อยลงมือ มาตอนนี้กลับรู้สึกเลือดลมพุ่งพล่านขึ้นมาอยู่บ้าง ‘จะว่าไปตอนนี้ข้าก็เป็นผู้ฝึกตนพเนจรเหมือนกันนี่นา…’
พอคิดถึงจุดนี้ ร่างต้วนหลิงเทียนก็เหินออกไปทันที
ทันใดนั้นสายตาของผู้คนก็หันมาให้ความสนใจเขาทันที
“เฮ่ เจ้าหนุ่มนั่นเป็นผู้ใดกัน!?”
“ข้ามิเคยเห็นมาก่อนเลย! พวกเจ้าเล่า มีใครรู้จักหรือไม่?”
“พวกข้าก็มิรู้…แต่ข้าเห็นเจ้าหนุ่มคนนี้มันยืนอยู่ลำพังมาตั้งแต่แรกเหมือนจงกู้…สมควรเป็นผู้ฝึกตนพเนจรมิผิดแน่”