ด้านฉีเสิ่น พอเห็นฉีกังฆ่าคู่ต่อสู้ในไม่กี่กระบวนท่า ทั้งพอได้ยินวาจากล่าวชมจากเริ่นจง ใบหน้ามันก็เผยยิ้มร่าออกมาทันที “นอกจากนายน้อยแล้ว อัจฉริยะมากฝีมือที่โดดเด่นก็มีอยู่ในคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องเรามิน้อย ฉีกังเป็นแค่หนึ่งในนั้น”
ในวาจานั้นเต็มไปด้วยความนัย
ว่าคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องของมัน นอกจากฉีจิ้งกับฉีกังแล้ว ยังมียอดฝีมืออยู่อีกมากมาย
“จริงสิ ข้าเองก็เคยได้ยินมาเรื่องหนึ่ง…เห็นว่าหลานชายของอาวุโสฉีเสิ่นเอง ก็เป็นอัจฉริยะที่มีความสามารถสูงส่งในคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องมิใช่หรือ กระทั่งชื่อเสียงยังเป็นรองแค่เพียงฉีจิ้งผู้เดียว…วันนี้หลานท่านเองก็สมควรมาด้วยใช่หรือไม่?”
หลิวหงกวงเองก็หันมามองถามฉีเสิ่น
ฉีเสิ่นได้ฟังวาจานี้ก็หัวเราะออกมาฮ่าๆ ก่อนที่จะหันมองไปยังกลุ่มคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง สายตายังตกไปยังร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำ ใบหน้าของคนผู้นั้นยังเฉยเมยไม่แยแสสิ่งใด
ไม่ทราบว่าฉีเสิ่นส่งเสียงไปบอกหรือไร หากแต่ชายหนุ่มชุดดำผู้นั้น พลันเหินร่างมาทางฉีเสิ่นทันที
“รองผู้นำคฤหาสน์เริ่น อาวุโสหลิว…นี่เป็นหลานชายมิเอาไหนของข้า ฉีค่าน”
ฉีเสิ่นกล่าวแนะนำตัวหลานชายของมันทันที
ถึงแม้ปากของมันจะเรียกหาฉีค่านว่าหลานชายไม่เอาไหน แต่หว่างคิ้วแววตา รวมทั้งใบหน้าที่เชิดขึ้นมาเล็กน้อยของมันกลับเผยให้เห็นเด่นชัด ว่ามันภาคภูมิใจในตัวหลานชายคนนี้มากมายเพียงใด!